เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุส่งร่างผู้เสียชีวิตผิดคนจากโรงพยาบาลปลวกแดง จังหวัดระยอง ไปยังวัดบ้านตาเมาะ ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ญาติที่กำลังรอรับร่างเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต้องตกใจอย่างหนัก หลังเปิดโลงศพกลับพบว่าเป็นร่างของชายอายุประมาณ 50 ปี ไม่ใช่ร่างของญาติที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์และกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 19.30 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aum chattrawat’Zii ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ชิปหายเอาศพจากโรงพยาบาลปลวกแดง มาโรงพยาบาลสุรินทร์ เอามาผิดศพ หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ อาจจะดูเหมือนตลก แต่เรื่องจริงที่ไม่ตลก เข้าใจเลยพี่ขำไม่ออกจริง ขณะที่อีกคนแสดงความคิดเห็นว่า เป็นไปได้เหรอน้อง และมีผู้เข้ามาตอบว่า เป็นไปแล้ว รวมถึงความคิดเห็นอื่น ๆ ที่สะท้อนมุมมองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากข้อมูลได้รับทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ นางสาวอ้อย จันนุบิน อายุ 46 ปี ชาวบ้านตาเมาะ ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด โดยครอบครัวและญาติพี่น้องได้รอรับร่างที่ส่งมาจากจังหวัดระยอง เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านตาเมาะ กระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. ร่างผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงวัด ขณะเจ้าหน้าที่นำร่างลงจากรถและเปิดโลง ญาติเริ่มสงสัยเนื่องจากร่างที่เห็นมีรูปร่างผอม ทั้งที่ผู้เสียชีวิตตามที่พวกเขารู้จักเป็นคนรูปร่างอ้วนท้วม อีกทั้งร่างยังถูกห่อด้วยถุงซิป ทั้งที่ไม่ได้เป็นศพติดเชื้อ
เมื่ออาจารย์เตรียมแกะถุงซิปเพื่อทำพิธีรดน้ำศพ ญาติกลับต้องตกใจ เพราะร่างที่อยู่ภายในโลงเป็นผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี ทำให้ทราบทันทีว่าเป็นการส่งศพผิดคน
ต่อมานายฉัตรวัฒน์ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพผู้ลำเลียงศพจากจังหวัดระยอง ซึ่งขณะนั้นกำลังเดินทางกลับไปเพื่อเปลี่ยนศพ โดยนายฉัตรวัฒน์เล่าว่า ในขั้นตอนการรับศพมีการดำเนินการตามขั้นตอนและเอกสารของทางโรงพยาบาลทุกอย่าง เจ้าหน้าที่เข็นร่างผู้เสียชีวิตออกมา โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตไปรับด้วย
ระหว่างนั้นญาติสังเกตเห็นว่าศพถูกห่อด้วยถุงซิป จึงสอบถามว่าเหตุใดต้องห่อไว้ ทั้งที่ผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดเชื้อ พร้อมขอเปิดดูใบหน้าก่อน แต่เจ้าหน้าที่ตอบว่า ไม่ได้เพราะเป็นศพติดเชื้อไม่อนุญาตชิให้เปิด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยืนยันว่าภายในมีร่างผู้เสียชีวิตเพียงร่างเดียวและเป็นศพที่ถูกต้องแน่นอน แม้ญาติจะทักท้วงว่าผู้เสียชีวิตมีรูปร่างอ้วนใหญ่ แต่ร่างที่นำมาให้กลับมีขนาดเล็กกว่า เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันว่าเป็นศพที่ถูกคน

นายฉัตรวัฒน์กล่าวว่า หลังจากนำร่างกลับมาถึงจังหวัดสุรินทร์และเดินทางไปถึงวัด อาจารย์พราหมณ์ได้ทำพิธีและเปิดดูร่างผู้เสียชีวิต จนพบว่าเป็นศพผู้ชาย ทำให้ญาติแทบเข่าทรุดและรู้สึกไม่พอใจ เพราะนอกจากต้องเผชิญกับความสูญเสียแล้ว ยังต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีก ขณะนี้ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลปลวกแดงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไปเปลี่ยนศพกันระหว่างทาง
ต่อมานายศักดิ์สิทธิ์ อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านตาเมาะ ซึ่งเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.50 น. หลังร่างผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงวัด ชาวบ้านและอาจารย์ได้ช่วยกันเปิดโลงและแกะถุงซิปออก เพื่อเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้เสียชีวิต แต่เมื่อเปิดออกกลับพบว่าเป็นร่างผู้ชาย ทำให้ทุกคนตกใจและแตกตื่นไปตาม ๆ กัน โดยยืนยันว่าไม่เคยพบเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน
นายศักดิ์สิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากฝากเหตุการณ์นี้ไว้เป็นอุทาหรณ์และเตือนภัย เพื่อให้ทุกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบมากขึ้นก่อนดำเนินการใด ๆ และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับครอบครัวอื่นอีก ทั้งนี้ ทางเจ้าภาพไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก เพียงต้องการให้มีการนำร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกต้องกลับมาเท่านั้น พร้อมฝากถึงโรงพยาบาลให้ปรับปรุงการทำงานและอบรมพนักงานให้มีความแม่นยำในการตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก