ข่าวโซเชียล

สะเทือนใจ! เปิดภาพศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เตียงติดกรงเหล็ก ล็อกกุญแจด้านนอก

|
สะเทือนใจ! เปิดภาพศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เตียงติดกรงเหล็ก ล็อกกุญแจด้านนอก

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ 2 กก.5 บก.ป. เข้าตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังมีผู้เสียหายออกมาร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแสว่า ถูกลูกชายยึดกิจการมูลค่าพันล้านบาท ก่อนส่งตัวมารดาไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ โดยกล่าวหาว่ามีการทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ได้พบ ร.อ.หญิง เอ (นามสมมติ) เจ้าของศูนย์ ซึ่งให้ข้อมูลว่า เดิมตนจบหลักสูตรพยาบาลทหารอากาศ และรับราชการจนมียศร้อยเอก ก่อนลาออกมาทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนใน จ.กาญจนบุรี จากนั้นประมาณปี 2549 ได้เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (เวชกรรมชั้น 1) ในสถานที่ดังกล่าว และดำเนินกิจการเรื่อยมาจนถึงปี 2564 จึงเปลี่ยนเป็นสถานรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิง (จิตเวชและฟื้นฟู) โดยรับดูแลทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ป่วยพักฟื้นมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับสถานประกอบการดังกล่าวจะต้องขออนุญาตจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 (สบส.5) กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีการตรวจสอบและต่ออายุใบอนุญาตเป็นประจำทุกปี โดยล่าสุดเพิ่งต่ออายุไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569

จากนั้น ร.อ.หญิง เอ (นามสมมติ) ได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ภายในศูนย์ พบผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงอยู่ในการดูแลประมาณ 100 คน โดยบริเวณรอบศูนย์มีการติดตั้งลูกกรงเหล็กในหลายจุด พร้อมลวดหนามหีบเพลงล้อมรอบ โดยเจ้าของศูนย์ระบุว่า ติดตั้งไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในการดูแลหลบหนีออกไปด้านนอก ขณะที่พื้นที่ภายในอาคารก็มีการใช้ลูกกรงเหล็กแบ่งกั้นเป็นสัดส่วน ทำให้มีลักษณะคล้ายห้องควบคุมผู้ต้องหา

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบห้องพักที่มีเตียงนอนถูกครอบด้วยกรงเหล็ก ลักษณะเป็นโครงคอกคล้ายคอกใส่หมู โดยกรงดังกล่าวติดตั้งครอบตัวเตียงอย่างแน่นหนา ภายในมีผู้สูงอายุนอนพักอยู่ และบริเวณประตูกรงยังมีกุญแจล็อกจากด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง โดย ร.อ.หญิง เอ (นามสมมติ) อ้างว่า การติดตั้งกรงดังกล่าวมีไว้เพื่อป้องกันผู้ป่วยตกจากเตียงและได้รับบาดเจ็บ

เจ้าของศูนย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทั้งหมด 19 คน แบ่งเป็นชาย 3 คน และหญิง 16 คน ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลมีทั้งหมด 92 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 75 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยจิตเวช 68 คน ผู้สูงอายุ 5 คน และผู้ป่วยฟื้นฟู 2 คน ขณะที่ผู้ป่วยหญิงมี 17 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวช 13 คน ผู้สูงอายุ 3 คน และผู้ป่วยฟื้นฟู 1 คน

ภายในอาคารที่พักมีการแยกพื้นที่ชายและหญิงอย่างชัดเจน โดยมีทั้งห้องพักเดี่ยวติดเครื่องปรับอากาศ ห้องพักรวมติดเครื่องปรับอากาศ และห้องพักเดี่ยวที่ใช้พัดลม ซึ่งจะแบ่งห้องตามอาการและประเภทของผู้ป่วย

ส่วนห้องพักที่มีลูกกรงเหล็ก เจ้าของศูนย์ระบุว่าใช้สำหรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวอาจมีพฤติกรรมทำลายข้าวของหรือเดินไปมา จึงจำเป็นต้องใช้โครงสร้างที่มีความแข็งแรง พร้อมล็อกกุญแจจากด้านนอก โดยยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายผู้ป่วย เนื่องจากหากผู้ป่วยจิตเวชถูกทำร้ายอาจมีการตอบโต้ที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป

สำหรับกรณี น.ส.บี (นามสมมติ) ที่มีการร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแสนั้น ร.อ.หญิง เอ (นามสมมติ) ชี้แจงว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ลูกชายของ น.ส.บี ติดต่อมายังศูนย์เพื่อขอส่งตัวมารดาเข้ามาพักอาศัย โดยแจ้งว่า น.ส.บี มักไปก่อความวุ่นวายกับพนักงานภายในบริษัทของลูกชาย จึงต้องการให้มารดาเข้ามาอยู่ในความดูแลของศูนย์

เจ้าของศูนย์ระบุว่า ในวันที่นำตัว น.ส.บี มาส่ง ลูกชายเป็นผู้ติดต่อและนำตัวมาส่งด้วยตนเอง ทางศูนย์ไม่ได้จัดรถไปรับ จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า น.ส.บี ถูกใส่กุญแจมือระหว่างการนำตัวมาที่ศูนย์

หลังจากรับตัว น.ส.บี เข้ามาพักอาศัย ทางศูนย์ระบุว่า เจ้าตัวเคยตัดพ้อว่าถูกลูกชายทอดทิ้ง ขณะเดียวกันลูกชายได้เช่าห้องพักเดี่ยวติดเครื่องปรับอากาศภายในศูนย์ให้มารดาพักอาศัยและดูแลมาโดยตลอด

ต่อมาทางศูนย์เห็นว่า น.ส.บี มีอาการปกติและต้องการกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับลูกชาย จึงติดต่อไปยังลูกชายเพื่อให้มารับตัวกลับไปดูแล กระทั่งวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ลูกชายได้เดินทางมารับ น.ส.บี กลับไป ก่อนที่ต่อมาจะมีการร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแสดังกล่าว

หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ภายในศูนย์ครบถ้วนแล้ว ได้สอบสวนเจ้าของศูนย์เพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมเข้าตรวจสอบศูนย์แห่งนี้อีกครั้งในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น.

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News