วันที่ 30 กันยายน 2569 พันตำรวจโท ธนพรหม ธนอาภากร หรือ ทิตก้อง รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางรัก ครบวาระเกษียณอายุราชการ หลังรับราชการตำรวจมายาวนาน และเตรียมก้าวเข้าสู่เส้นทางใหม่ในฐานะนักกฎหมาย หลังผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความ รุ่นที่ 67 ตามประกาศของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา
สำหรับวันสิ้นสุดอายุราชการของข้าราชการไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 30 กันยายนของทุกปี และเป็นวันที่ข้าราชการซึ่งมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยแต่ละคนต่างวางแผนและเตรียมตัวสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณแตกต่างกันออกไป ขณะที่ ทิตก้อง เลือกเดินหน้าทำงานเพื่อสังคมและเตรียมเข้าสู่วิชาชีพด้านกฎหมายต่อไป
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทิตก้อง ไม่ได้เพียงส่งต่อคลิปหรือแบ่งปันถ้อยคำธรรมะให้ลูกน้องและคนใกล้ชิดติดตามเป็นประจำเท่านั้น แต่ยังเลือกส่งต่อความสุขและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่กำลังประสบปัญหา โดยรับหน้าที่ประธานที่ปรึกษา อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฐานโพธิทอง สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงร่วมออกดูแลผู้ป่วยและช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ทั้งเหตุเพลิงไหม้ น้ำท่วม และผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ ยังช่วยจัดหาข้าวสารและอาหารจำเป็นให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ต่าง ๆ ในช่วงที่ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง
ทิตก้อง ยังเป็นอดีตนักสืบสายธรรมะ และเป็นลูกศิษย์ของ พระเทพวชิรวิทยานุสิฐ พิศาลพัฒนกิจโกศล วิมลสีลาจารนิวิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี หรือ ท่านเจ้าคุณวราห์ แห่งวัดโพธิทอง โดยเจ้าตัวซึมซับคำสอนของพระอาจารย์มาตั้งแต่ช่วงบรรพชาและจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิทอง บางมด ในช่วงที่วัดกำลังพัฒนา
ช่วงเวลาดังกล่าว ทิตก้องมีส่วนช่วยงานวัด ทั้งแบกหิน ดิน ทราย และช่วยพระอาจารย์ก่อสร้างศาสนสถาน ร่วมกับกลุ่มเด็กวัดอีกหลายคน ก่อนที่วัดจะพัฒนาจนมีความสวยงามและเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางไปสัมผัสถึงความศักดิ์สิทธิ์มาจนถึงปัจจุบัน
ด้านเส้นทางการศึกษา ทิตก้อง เริ่มต้นจากการรับราชการตำรวจชั้นประทวน ในตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ก่อนเดินหน้าตามความฝันด้วยการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสยาม
ด้วยพื้นฐานด้านกฎหมายจากการสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ตลอดการรับราชการ ทิตก้องให้ความสำคัญกับการทำงานบนพื้นฐานของความถูกต้อง หากพบว่าบุคคลในทีมกำลังปฏิบัติงานเกินขอบเขตภาระ อำนาจ หรือหน้าที่ เจ้าตัวจะสั่งให้หยุดและถอยทันที เพื่อรักษาสถานภาพของ ผู้พิทักษ์ ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็น ผู้ต้องหา
แม้เจ้าตัวจะชื่นชอบการปล่อยนกปล่อยปลา รวมถึงการแบ่งปันบทความและคลิปธรรมะเพื่อเตือนใจอยู่เสมอ แต่การทำงานในรูปแบบนักสืบร่วมสมัยก็ยังคงดำเนินควบคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง
หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ทิตก้องสอบเลื่อนขั้นเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร และเริ่มต้นเส้นทางในตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม ก่อนช่วยราชการในตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล และสถานีตำรวจนครบาลตลาดพลู
จากนั้นดำรงตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ และสถานีตำรวจนครบาลบางรัก ก่อนขึ้นเป็นสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน และช่วยราชการสืบสวนนครบาล 8
ต่อมาเป็นสารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลสามเสน รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลสามเสน รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ และตำแหน่งล่าสุดคือ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางรัก ก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569
สำหรับผลงานและรางวัลที่ผ่านมา ทิตก้องมีผลงานด้านการป้องกันและปราบปราม รวมถึงการจับกุมคดีสำคัญจำนวนมาก อาทิ โล่ประกาศเกียรติคุณชุดปฏิบัติการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืน ระดับดีมาก และรางวัลป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดีเด่นของกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลชนะเลิศระดับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ในโครงการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืน ในตำบลแพร่ระบาดยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ประจำปี 2567
ตลอดการทำงานยังมีส่วนร่วมในการคลี่คลายคดีสำคัญและคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ตั้งแต่คดีฆ่า ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ข่มขืน ไปจนถึงคดีจับเหยื่อเรียกค่าไถ่ คดีลักลอบค้าอาวุธปืนเถื่อน รวมถึงร่วมสนธิกำลังกับกระทรวงแรงงานเข้าทลายขบวนการค้าแรงงานข้ามชาติ
ส่วนชีวิตหลังเกษียณ ทิตก้องได้เตรียมตัวสำหรับการก้าวเข้าสู่วิชาชีพนักกฎหมาย โดยเข้าร่วมทดสอบภาคทฤษฎีผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความ รุ่นที่ 67 และผ่านการทดสอบตามประกาศของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยเจ้าตัวโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Tidkong Tana และ Tidkong Tanaprom ระบุว่า ผมต้องขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกๆ ท่านที่มอบให้มาครับ จากนี้ไป ผมจะตั้งใจทำหน้าที่เป็นนักกฎหมายที่ดี เพราะผมมีความตั้งใจ มีความรัก และชอบในวิชาชีพนี้มากครับ
พร้อมเล่าถึงบทบาทการทำงานในอดีตและเส้นทางหลังเกษียณว่า สมัยก่อนผมอาจจะมีหน้าที่ทั้งต้องรับใช้พี่น้องประชาชน และต้องบังคับใช้กฎหมายกับพี่น้องประชาชนไปด้วย แต่อนาคตข้างหน้านี้ ผมมีหน้าที่อย่างเดียวคือ รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างอิสระ ผมพร้อมและยินดีที่จะให้คำปรึกษา
ทิตก้องยังระบุอีกว่า หากท่านใดต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย หรือเรื่องเดือดร้อนใจอื่นๆ ครับอนาคตข้างหน้า คิดอะไรไม่ออก บอก ทนายก้อง นะครับ ด้วยความรักและยินดีรับใช้เสมอ
ก่อนทิ้งท้ายถึงบทบาทในอนาคตว่า เจอกันอีกครั้ง คราวหน้าจะเรียก ทิตก้อง เรียก ทนายก้อง หรือ ส.ส.ก้อง ก็แล้วแต่วาสนานำพากันละทีนี้