คดี น้องพิม ยังไม่ปิดทุกประเด็น ตำรวจเผยผลชันสูตรไม่พบร่องรอยต่อสู้ DNA บนสายไฟพบของผู้ตายเพียงรายเดียว เร่งรวบรวมหลักฐานหาข้อสรุปสาเหตุการเสียชีวิต
ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตปริศนาของ น้องพิม พนักงานร้านสะดวกซื้อวัย 24 ปี ที่ถูกพบเสียชีวิตภายในห้องพักในพื้นที่ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดในทุกมิติ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยว่าเป็นการเสียชีวิตจากการถูกกระทำ หรือเป็นการเสียชีวิตด้วยตนเอง
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ยังคงทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นผู้ผ่าชันสูตรศพ เพื่อสอบถามรายละเอียดผลการตรวจเพิ่มเติม
ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า นอกจากรอยรัดบริเวณลำคอแล้ว ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกายในจุดอื่น ขณะที่การตรวจภายในพบเศษอาหารในกระเพาะอาหารเพียงเล็กน้อย และไม่พบสารพิษในเลือดหรือปัสสาวะของผู้เสียชีวิต
ส่วนบาดแผลบริเวณก้นที่ก่อนหน้านี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากการถูกลากตัวนั้น แพทย์ระบุว่าเป็นบาดแผลเก่าที่เกิดขึ้นก่อนวันเกิดเหตุ และไม่ใช่ร่องรอยจากการถูกลากแต่อย่างใด
ด้านการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจเก็บ DNA ภายในห้องพักเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 3 พร้อมจำลองเหตุการณ์ในหลายรูปแบบ ทั้งกรณีถูกทำร้ายจนเสียชีวิต และกรณีผู้เสียชีวิตก่อเหตุกับตนเอง เพื่อค้นหาหลักฐานที่อาจหลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ
ผลการตรวจ DNA จากสายไฟที่ใช้รัดบริเวณลำคอ รวมถึงวัตถุพยานโดยรอบ พบสารพันธุกรรมของผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียว และยังไม่พบ DNA ของบุคคลอื่น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบ เพื่อประกอบการสืบสวนและติดตามบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติการรักษาพบว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา น้องพิม เคยเข้ารับการรักษาอาการกำเริบจากภาวะไทรอยด์ เนื่องจากระดับฮอร์โมนสูงกว่าปกติ อีกทั้งภายในห้องพักยังพบยารักษาโรคเหลืออยู่ในปริมาณมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้มีข้อสันนิษฐานว่าอาจรับประทานยาไม่สม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิตโดยตรง
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ ย้ำว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งแนวทางการถูกฆาตกรรมและการทำร้ายตนเอง โดยได้สั่งการให้ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานทุกด้านควบคู่กัน ทั้งการตรวจสถานที่เกิดเหตุซ้ำ การตรวจ DNA การไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลชันสูตร และพยานหลักฐานทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต และคลี่คลายข้อสงสัยที่สังคมและครอบครัวยังคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป