จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ปะทะคารมระหว่างพระภิกษุสงฆ์กับญาติโยมภายในวัด ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมข้อความระบุเกี่ยวกับเรื่องหมอน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความกระจ่างในเรื่องดังกล่าว
ล่าสุดเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กันยา 2569 ผู้สื่อข่าวได้พบกับ หลวงปู่ปั่น ภูจอมเพชร อายุ 89 ปี 10 พรรษา พระภิกษุที่ปรากฏในคลิป โดยหลวงปู่ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทางเจ้าอาวาสได้ขอให้ญาติโยมมาทำความสะอาดและจัดเก็บสิ่งของให้เข้าที่เดิม ซึ่งตนเพียงแค่เดินไปหยิบหมอนมาวางไว้ตำแหน่งเดิมตามที่เคยทำในการปฏิบัติศาสนกิจ ส่วนเหตุการณ์ปะทะคารมเกิดจากการพูดคุยสื่อสารที่ไม่ตรงกันกับญาติโยม นอกจากนี้ หลวงปู่ยังได้ระบุถึงความผูกพันและผลงานการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างภายในวัดที่ตนเคยออกปัจจัยและร่วมสร้างมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ขณะที่ นางสาววิภาดา อายุ 40 ปี ญาติโยมคู่กรณีหลวงปู่ปั่น เปิดเผยว่าวันก่อนเกิดเหตุคือวันที่ 20 ก.ย.69 ได้มาทำความสะอาดศาลาวัด หลังฉันท์ภัตตาหารเช้าเสร็จ
โดยมีการสัมภาระเครื่องอัฐบริขารทั่วไปที่วางอยู่บริเวณสถานที่ใช้ประกอบศาสนากิจประจำวัน ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมไปถึงหมอนของหลวงปู่ปั่นที่วางอยู่บริเวณดังกล่าว ทางญาติโยมก็ได้เก็บไว้ไปด้วยเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ต่อมารุ่งเช้าของวันที่ 21 ก.ย.69 หลังบิณฑบาตรกลับมาเพื่อฉันท์ภัตตาหารเช้าที่ศาลาบริเวณที่นั่งประจำ หลวงปู่ปั่น ไม่เจอหมอนที่กราบไหว้อยู่ประจำไม่เจอและได้ถามหาหมอน พร้อมกับโวยวายด่าทอญาติโยมที่มาถวายภัตตาหารเช้าด้วยถ้อยคำที่ไม่สำรวม ตามที่เห็นในคลิป
นอกจากนี้ นางสุธาทิพย์ 52 ปี ซึ่งเป็นญาติโยม ที่เคยปะทะคารมณ์ มาก่อนหน้านี้ บอกว่า หลวงปู่ปั่น เป็นพระที่พูดจาไม่สำรวม พูดจากับญาติโยมกูมึง โมโหง่าย ไม่ค่อยมีเหตุผล ชาวบ้านไม่ค่อยให้ความศรัทธา และไม่ถือสาอะไร แต่พอบ่อยครั้งๆมากขึ้น ชาวบ้านก็เกิดความเอือมระอา เวลาที่ชาวบ้านตักเตือนก็ไม่ยอมฟัง แม้กระทั่ง ตนเองเคยตักเตือนเรื่องให้สำรวม เว้นระยะห่างจากญาติโยมผู้หญิง เวลามาซื้อของ อย่าเข้าใกล้ญาติโยมผู้หญิง ให้ยืนอยู่ห่างๆ แตาหลวงปู่ก็ไม่ทำตามกลับทำในสิ่งตรงข้ามที่ตนบอก
ด้าน นางสาวกัลยาณี ชาวบ้านชอบทำบุญคนหนึ่งในหมู่บ้าน ตนในฐานะชาวบ้านโพธิ์ศรี มีความชื่นชอบการทำบุญออกโรงทานประจำ เมื่อได้รับทราบเรื่องแบบนี้ รู้สึกไม่สะบายใจ ก็อยากจะฝากถึงพระผู้ปกครองช่วยเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาไปมากว่านี้
ด้าน พระวิลัย ขันติธรรมโม เจ้าอาวาสบ้านโพธิ์ศรีโพธิ์ศรีโพธิ์ชัยเปิดเผยว่า พฤติกรรมของหลวงปู่ปั่น เกิดขึ้นมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว จนทำชาวบ้านไม่อยากจะมาทำบุญที่วัดแล้ว ทุกคนพูดเสียงเดียวขอให้เอาตัวหลวงปู่ปั่นออกจากวัดไปเสีย โดยเบื้องต้นได้หารือกับคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองเพื่อดำเนินการตามวินัยสงฆ์ต่อไป
ขณะที่ นายเอกรัฐ มิสา นายอำเภอยางตลาด ได้รับทราบเรื่องนี้จาก นายธนากรณ์ ภูแป้ง กำนันตำบลบัวบาน เพื่อทำการพูดคุยกับชาวบ้านถึงกรณี หากจะทำการสึกหลวงปู่ปั่น เมื่อทำการสึกแล้วจะให้ไปอยู่ไหน ส่วนกรณีการกระทำของหลวงปู่ปั่น ลักษณ์คล้ายผู้ป่วยทางจิตหรือไม่ ต้องให้แพทย์ตรวจดูอาการป่วยอย่างละเอียด ซึ่งหากแพทย์ระบุว่าเป็นที่ขัดต่อระเบียบสงฆ์ ก็ให้ทำการสึก และส่งไปรักษาตัวตามระบบต่อไป