วันที่ 18 ก.ย.69 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งโทรสายด่วน 1134 จากนางเล็ก (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ให้ช่วยหลานสาววัย 14 ปี ถูกพ่อติดยาปีนหน้าต่างชั้น 2 ของบ้านเข้าขืนใจลูกสาวตัวเองถึงในห้องนอนกลางดึก นางปวีณาจึงได้ประสาน พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ มีศรี ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.สราวุธ ศรีรักยิ้ม รอง ผกก.สส.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา บุกรวบตัวพ่อแท้ๆ พร้อมตรวจเจอสารเสพติดในร่างกาย พบประวัติเข้าออกคุกเป็นประจำ
สืบเนื่องจากช่วงเย็นวันที่ 17 ก.ย. นางเล็ก โทรมาร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณา หลานสาวถูก นายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 43 ปี พ่อแท้ๆ ติดยาข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ เหตุเกิดตอนตี 3 วันที่ 17 ก.ย. โดยพ่อที่นอนอยู่ชั้นล่างได้ปีนหน้าต่างชั้น 2 เข้าห้องนอนลูกสาวที่นอนหลับอยู่คนเดียว แล้วใช้มือปิดปากก่อนกระทำชำเรา ก่อนจะออกมาจากห้องตอนตี 5 แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนหลานสาวก็กลัวจนตัวสั่นเดินมาเคาะห้องอาสาวที่อยู่อีกฝั่งของชั้น 2 พร้อมกับร้องไห้แล้วบอกว่า “พ่อข่มขืนหนู”
นางเล็ก กล่าวอีกว่า ตนเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เล็ก รักเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง เพราะพ่อและแม่ของหลานติดยาเสพติดทั้งคู่ เข้าออกคุกเป็นประจำ หลังพ้นโทษ นายเอ็ม ก็กลับมาอยู่บ้านติดยาเหมือนเดิมและไม่ยอมทำงาน ส่วนแม่ก็หายไป ที่บ้านของตนจะอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ ก่อนหน้านี้หลานจะนอนกับลูกสาวของตนเพิ่งจะแยกห้องนอนกันไม่ถึงเดือน เวลาที่อยู่ในห้องหลานจะล็อกประตูทุกครั้ง ไม่คิดเลยว่านายเอ็มจะทำกับลูกสาวของตัวเองได้
เมื่ออาสาวกับย่ารู้เรื่องแต่ยังไม่กล้าโวยวายเพราะเกรงว่า นายเอ็ม จะทำร้ายแล้วหลบหนีไป อาสาวทำทีพาย่ากับหลานออกไปซื้อของข้างนอกก่อนจะพากันไปแจ้งความที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ตำรวจส่งตัวหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนจะมาร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณา
นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องได้ประสาน พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ และ พ.ต.ท.สราวุธ นำกำลังเข้าจับกุมพ่อแท้ๆ ทันที และประสาน พม. เข้าช่วยเหลือ ดูแลสภาพจิตใจเด็กหญิงผู้เสียหายที่โรงพัก หลังตำรวจจับกุมพ่อแท้ๆ แล้ว เด็กหญิงกับอาและย่าสามารถกลับเข้าไปอยู่ที่บ้านได้
นางปวีณา กล่าวว่า ขอบคุณ พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ และ พ.ต.ท.สราวุธ ที่ทำงานอย่างรวดเร็ว และขอบคุณ นายโสภณ แก้วล้อมทรัพย์ พมจ.ฉะเชิงเทรา และ น.ส.นวรัตน์ หมั่นดี นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนหัวหน้าบ้านพักเด็กฯ ฉะเชิงเทรา และมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยาและจะติดตามการช่วยเหลือเยียวยาสภาพจิตใจเด็กหญิงผู้เสียหายรายนี้ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป