ข่าวโซเชียล

แทบไม่เชื่อสายตา! แกะรอยสกัดเครือข่ายลอบส่งพัสดุต้องสงสัย เจอของกลางล็อตยักษ์กว่า 400 กิโลฯ

|
แทบไม่เชื่อสายตา! แกะรอยสกัดเครือข่ายลอบส่งพัสดุต้องสงสัย เจอของกลางล็อตยักษ์กว่า 400 กิโลฯ

ตำรวจนครบาล 7 ร่วมกับ ปปส.กทม. เปิดปฏิบัติการซ้อนแผนสะกดรอยสกัดจับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลอบส่งพัสดุผ่านบริษัทเอกชนลงสู่ภาคใต้ ยึดของกลางไอซ์ล็อตมหึมารวม 400 กิโลกรัม มูลค่ามหาศาล หลังขยายผลแกะรอยเค้นข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากคดีใหญ่ในพื้นที่ภาค 9

ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดเด็ดขาดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่สั่งการให้ บช.น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เร่งรัดถอนรากถอนโคนเครือข่ายค้ายาเสพติดทุกระดับ โดยประสานความร่วมมือกับ สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดเข้าสู่ชุมชนอย่างเด็ดขาด

กระทั่ง พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 พร้อมทีมสืบสวน บก.น.7 ร่วมกับ สำนักงาน ปปส.กทม. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักงาน ปปส.กทม., นายพีรพงศ์ รำพึงจิตต์ ผู้เชี่ยวชาญ ปปส.กทม. และ นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.กทม. แกะรอยขยายผลจากการจับกุมคดีไอซ์ 205 กิโลกรัม ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งชุดสืบสวนพบเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการนี้ใช้วิธีนำกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนจากกรุงเทพฯ ไปกระจายต่อให้ลูกค้ารายใหญ่และรายย่อยในพื้นที่ภาคใต้

จากการสืบสวนหาข่าวได้รับแจ้งจาก ว่ากลุ่มเป้าหมายได้ลำเลียงยาเสพติดล็อตใหม่มาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักย่านประชาอุทิศ 90 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เพื่อเตรียมกระจายส่งให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบรถยนต์ขนส่งเอกชนขับเข้ามารับกล่องพัสดุที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนจะขับออกไปพร้อมกับรถยนต์ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังออกเป็นสองชุดเพื่อเปิดปฏิบัติการสะกดรอยทันที

ชุดแรกได้ติดตามรถขนส่งไปจนถึงปั๊มน้ำมันริมถนนพระราม 2 (ขาออก) เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ก่อนแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นพัสดุภายในรถ ตรวจสอบคนขับคือ นายคูณทรัพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ให้การด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ตนรับงานผ่านแอปพลิเคชันหางาน โดยมีผู้ต้องหาเป็นผู้ประสานและนำกล่องพัสดุมาใส่รถ พร้อมแจ้งว่าเป็น "อะไหล่และอุปกรณ์รถจักรยานยนต์" แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดตรวจค้นตู้ทึบหลังรถ กลับพบไอซ์บรรจุในถุงชาสีเขียวและถุงชาสีขาว รวม 300 ถุง น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นหนา

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดที่สองได้สะกดรอยติดตามรถยนต์ของผู้ต้องหาที่ขับออกจากบ้านพักไปสกัดจับกุมตัวไว้ได้ที่บริเวณตลาดนางรำบางเสาธง ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ทราบชื่อคือ นายธเนศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ซึ่งจำนนต่อหลักฐานและยอมรับว่าเป็นผู้นำกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดไปส่งขึ้นรถขนส่งจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักย่านประชาอุทิศ 90 พบไอซ์บรรจุถุงชาซุกซ่อนอยู่อีก 100 ถุง น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม รวมของกลางไอซ์ที่ยึดได้ในปฏิบัติการครั้งนี้สูงถึง 400 กิโลกรัม (ถุงชาสีเขียว 192 ถุง และถุงชาสีขาว 208 ถุง)
ชั้นสอบสวน นายธเนศ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป" ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News