ข่าวโซเชียล

หลอกซ้อนหลอก! รวบ 2 สาวเอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนหุ้น เหยื่อสูญกว่า 6 แสน อ้างถูกหลอกเปิดบัญชีม้า สุดท้ายโบ๊ยกันเอง

|
หลอกซ้อนหลอก! รวบ 2 สาวเอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนหุ้น เหยื่อสูญกว่า 6 แสน อ้างถูกหลอกเปิดบัญชีม้า สุดท้ายโบ๊ยกันเอง

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน ก.พ.69 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 38 ปี รายหนึ่ง ได้เข้าใช้งานแอปพลิเคชันหาคู่ชื่อดังแล้วพบกับชายรุ่นน้องหน้าตาดี จึงได้ติดต่อพูดคุยกันผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว แล้วเปลี่ยนไปสนทนากันผ่านแอปพลิเคชันไลน์จนเกิดความสนิทสนม ต่อมาชายดังกล่าวได้เริ่มอวดว่าตนเองสามารถหารายได้จากการลงทุนซื้อทองคำในระยะสั้น แล้วได้เริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนผ่านแอปพลิเคชันชื่อ “VERA”

หลังดาวน์โหลดและลงทะเบียนผ่านแอปดังกล่าว คนร้ายได้ส่งลิงก์ชื่อว่า “gold-easys app” เพื่อสนทนากับคนในแอปดังกล่าว ซึ่งคนในแอปได้สอนวิธีการซื้อหุ้น วิธีการโอนเงินลงทุน และวิธีการถอนเงินออกจากแอป ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเงินครั้งแรก จำนวน 19,500 บาท ปรากฏว่าแอปพลิเคชันแจ้งว่าผู้เสียหายทำกำไรได้จำนวน 75 ดอลลาร์สหรัฐ และสามารถถอนเงินออกมาได้จำนวน 2,925 บาท จึงเชื่อว่าสามารลงทุนแล้วทำเงินได้จริง จึงโอนเงินลงทุนเพิ่มอีกจำนวน 3 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นใช้วิธีโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลที่คนร้ายแจ้ง รวม 19,285 USDT สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จริง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น จำนวน 618,299.25 บาท

จากกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.วีรินท์ ปานเหง้า สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้วจำนวน 2 ราย คือ น.ส.ราตรี อายุ 43 ปี และ น.ส.สมพิศ อายุ 41 ปี โดยทั้ง 2 ราย ถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย 

จากการสอบถาม น.ส.ราตรี อ้างว่า น.ส.สมพิศ ซึ่งเป็นหลานของสามีตนเองได้มาขอยืมบัญชีธนาคาร แต่ตนเองไม่ได้เปิดแอปธนาคารผูกบัญชีไว้ หลานก็ได้ขอให้สมัคร จากนั้นได้ขอยืมบัตร ATM ของตนไปกดเงินสดจากตู้ ATM โดยที่ตนเองก็ไม่ทราบว่าเป็นค่าอะไร ตนเองจึงได้มอบสมุดบัญชีธนาคารและบัตร ATM ให้ไปแลกกับเงินค่าตอบแทนน้ำใจจำนวน 3,000 บาท ซึ่งตนเองเชื่อว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร

ในส่วน น.ส.สมพิศ อ้างว่าตนเองได้รับจ้างกดเงินจากชายรายหนึ่งเป็นจำนวนเงิน 500 บาทต่อครั้ง โดยต้องกดเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ตนเองจึงกดให้ไปหลายครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 43,000 บาท จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกับชายรายดังกล่าวอีกเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”, “ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News