วันที่ 9 กันยายน 2569 ภายในงาน MU FESTIVAL ณ ลานน้ำพุ สยามพารากอน ได้มีการรวมพลคนสายมูครั้งใหญ่ โดยมี 7 มาสเตอร์หมอดูชื่อดังระดับแนวหน้าของเมืองไทยมารวมตัวกันเป็นครั้งแรก เพื่อเปิดศาสตร์การดูดวงและเสริมดวงชะตาแบบครบทุกศาสตร์ นำโดย คุณนอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ CEO และคุณจักรกฤษณ์ ตาฬวัฒน์ ตำแหน่ง CTO ผู้บริหารมูทูเดย์ พร้อมด้วย 7 หมอดูชื่อดัง ได้แก่

ซินแสเป็นหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านลายเซ็นเปลี่ยนชีวิตและศาสตร์ฮวงจุ้ย, Bird Eye View ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงความรักด้วยไพ่ออราเคิลและศาสตร์ความรัก, พิมพ์ฟ้ามาโปรด ที่เจาะลึกดวงด้วยลัคนาราศีและไพ่ทาโรต์, Coolkidsfortune ผู้ถอดรหัสผ่านศาสตร์ตะวันตก, BankTarot ผู้เปิดทางรวยด้วยเลขมงคลและศาสตร์การเงิน, พี่หมอไอซ์ ผู้เสริมราศีและปรับบุคลิกรับโชคด้วยศาสตร์โหงวเฮ้ง และพี่หมอบอม ผู้ให้คำทำนายและพลังบวกผ่านโหราศาสตร์สากล รวมถึงอัญมณีและหินมงคลเพื่อปรับดวงและรับโชค

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจศาสตร์สายมูเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมสามารถปรึกษาและเช็กดวงชะตาแบบเจาะลึกผ่านทั้ง 7 บูธ นอกจากนี้ยังมี MU Shop ที่รวบรวมเครื่องราง วัตถุมงคล อัญมณี และไอเทมสายมูหลากหลายรูปแบบให้เลือกชมและร่วมสนุก ขณะเดียวกัน งานครั้งนี้ยังเป็นการเปิดตัวแอปพลิเคชัน MUToday แพลตฟอร์มสายมูที่มุ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อเทคโนโลยี โหราศาสตร์ หมอดู และผู้คนเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเข้าถึงศาสตร์ความเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยมี 7 มาสเตอร์หมอดูชื่อดังมาร่วมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

คุณนอท เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ตลาดสายมูเติบโตขึ้นอย่างมาก จึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมา โดยในช่วงแรกเคยทำแอปหมอดูทั่วไป แต่ไม่ผ่าน เนื่องจากถูกมองว่ามีรูปแบบซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว จึงต้องล้มลุกคลุกคลานและพัฒนากันมา 3-4 ปี ก่อนชวนพี่เม่นเข้ามาร่วมทำโปรเจกต์ แม้ในตอนแรกยังไม่กล้าชวน เพราะพี่เม่นทำงานด้านเทคโนโลยี กระทั่งได้พูดคุยถึงปัญหาและความสนใจที่มีต่อการพัฒนาแพลตฟอร์ม จนมีโอกาสเดินทางไปพม่าด้วยกันและเปิดดวงเพื่อประกอบการทำมูทูเดย์

ด้านพี่เม่นกล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยกับคุณนอทที่ปาย จึงทุ่มเทให้กับโปรเจกต์อย่างเต็มที่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่คุณนอทย้ำว่า แค่ AI ใครก็สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ต้องมีเพิ่มเติมคือมาสเตอร์ที่มีประสบการณ์เข้ามาเสริม พี่เม่นจึงอธิบายว่า แม้การถาม AI อาจได้คำตอบที่คล้ายกัน แต่การปรึกษาอาจารย์แต่ละคนจะให้คำตอบแตกต่างกัน เพราะ AI ไม่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ที่สั่งสมมาได้

คุณนอท ระบุว่า แนวคิดของ MUtoday คือการนำเทคโนโลยีมาผสานกับหมอดูและโหราศาสตร์ พร้อมเปรียบว่าอยากให้แพลตฟอร์มเป็นกระทรวงเวทมนต์ประเทศไทย เพราะเรื่องเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยลดการเดินทาง ทำให้ผู้คนเข้าถึงศาสตร์การดูดวงได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน โดยพี่เม่นกล่าวเพิ่มเติมว่า แต่ละมาสเตอร์มีฟีเจอร์ที่แตกต่างกัน และ MUtoday พยายามรวบรวมสิ่งที่มีและสิ่งที่ยังไม่มีให้ครบ ขณะที่คุณนอทเผยว่า แอปฯ ยังมีวอลเปเปอร์เฉพาะบุคคลของแต่ละมาสเตอร์ ซึ่งแตกต่างจากแอปทั่วไป รวมถึงสามารถอัปรูปลงโซเชียลมีเดียได้ และมีคอมมูนิตี้ ได้แก่ Munity, Munifest และ Muketplace พร้อมย้ำจุดยืนว่า MUtoday จะไม่ทำลายความมั่นใจของผู้ใช้งาน แต่ต้องการเป็นเพื่อนที่อยู่ในกระเป๋าของทุกคน
คุณนอท กล่าวว่า พฤติกรรมการมูในปัจจุบันเปลี่ยนไป โดยมีการมูผ่านโทรศัพท์ โทรทัศน์ การดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน รวมถึงการใช้วอลเปเปอร์ ซึ่งทุกอย่างกำลังมุ่งไปในทิศทางดังกล่าว เหลือเพียงการนำมาทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมระบุว่า แม้ส่วนตัวจะไม่เชื่อเรื่องมู แต่หากมีใครทักว่าดวงดีหรือกำลังจะรวยก็พร้อมรับฟัง เพราะเชื่อว่าโหราศาสตร์ควรเป็นกำลังใจ ไม่ใช่สิ่งที่บั่นทอนจิตใจหรือเป็นเครื่องมือสำหรับสะเดาะเคราะห์ ส่วนตัวแอปพลิเคชันในเวลานี้มีลักษณะคล้ายแอปดูดวงทั่วไป มีทั้งสีเสื้อมงคลและฟีเจอร์ต่างๆ แต่เบื้องหลังเป็นโหราศาสตร์จริง โดยยังถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และจะมีฟีเจอร์และสิ่งใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในอนาคต

ด้านเป้าหมายสำคัญของ MUtoday คุณนอท ระบุว่า หากพูดถึงเป้าหมายอย่างจริงจัง ต้องการขยายตลาดไปยังประเทศจีน และอยากให้ MUtoday เป็นแอปดูดวงสำหรับคนจีน เนื่องจากตลาดจีนมีขนาดใหญ่ และชาวจีนเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าเกี่ยวกับสายมูในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หาก MUtoday สามารถเข้าถึงตลาดดังกล่าวได้ ก็อาจช่วยให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าสายมูสามารถขยายตลาดและขายสินค้าให้กับลูกค้าชาวจีนได้มากขึ้น

ขณะที่ อ.ซินแสเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากอยู่ในวงการสายมูมานานกว่า 40 ปี เมื่อ AI เข้ามามีบทบาท จึงมองหาคนที่จะช่วยเปิดมิติใหม่ให้คนรุ่นเก่าที่มีคลังความรู้และประสบการณ์จำนวนมากได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ผ่านช่องทางใหม่ โดยก่อนหน้านี้ปฏิเสธหลายช่องทาง เพราะมองว่าตัวเองอายุมากแล้ว แต่เมื่อได้รับการติดต่อจาก MUtoday และได้เห็นแผนการตลาด รวมถึงแนวทางสนับสนุนวงการมูเตลู จึงรู้สึกว่าแพลตฟอร์มมีความแข็งแกร่ง และมีเรื่องของ AI เข้ามาช่วยผลักดันเข้าสู่ยุคออนไลน์ ทำให้ตัดสินใจก้าวเข้ามาปรับตัว พร้อมยอมรับว่าการมีพี่เม่นซึ่งเป็นกรูรูด้านเทคโนโลยีระดับโลก และมีพี่นอทคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทำให้การปรับตัวเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย และต้องคอยเรียนรู้แก้ไขตามอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น

ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วม อ.ซินแสเป็นหนึ่ง กล่าวว่า ชื่นชมคุณนอทและมองว่าเป็นคนที่ฆ่าไม่ตาย เป็นคนไม่ธรรมดา อีกทั้งยังเห็นว่าการรวมตัวของอีก 6 เจเนอเรชัน จะช่วยเปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งตลาดกำลังเดินหน้าไปสู่ยุคใหม่ ขณะที่คนรุ่นเก่ากำลังถอยหลัง การนำทั้งสองกลุ่มมาผนวกกันจึงเปรียบเสมือนหยินหยางและความสมดุล โดยคนรุ่นเก่าต้องพึ่งพาคนรุ่นใหม่ ทั้งในเรื่องศัพท์ใหม่ๆ และเรื่องราวรูปแบบใหม่ๆ
ด้านคุณนอท กล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กยุคปัจจุบันนับถือศาสนาน้อยลง และมองว่าศาสนาที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งมนุษย์สามารถทำผิดพลาดได้ แต่ดวงดาว เทพเจ้า และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ตั้งอยู่ในจุดของมันและไม่เคยทำผิดพลาด จึงทำให้คนรุ่นใหม่หันมามองหาที่พึ่งทางใจในรูปแบบดังกล่าว เพราะไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหน ทุกคนต่างต้องการที่พึ่งทางใจ และคนรุ่นใหม่ก็เลือกค้นหาที่พึ่งในสิ่งที่มองไม่เห็นและไม่รู้สึกว่าเป็นความเสี่ยงที่จะทำผิด สุดท้ายคุณนอท ฝากถึง MUtoday ว่า แพลตฟอร์มนี้พยายามทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างเทคโนโลยี โหราศาสตร์ หมอดู และผู้คนเข้าด้วยกัน พร้อมมุ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างกำลังใจและพลังให้ทุกคนสามารถก้าวเดินต่อไปได้