วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 06.30 น. ร.ต.อ.ไชยา ทวีผล รอง สว.สอบสวน สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาท่ามะเขือ หมู่ 2 ต.ท่ามะเขือ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกำแพงเพชร จุดท่ามะเขือ
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียนกำแพงเพชร กระเด็นออกจากจุดชนประมาณ 200 เมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อ น.ส.นรีรัตน์ อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุง ขณะที่รถคู่กรณีได้ขับหลบหนีไป โดยเป็นรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียนกำแพงเพชร มีนายบรรเจิด อายุ 41 ปี อดีตสามีของผู้บาดเจ็บ เป็นผู้ขับขี่
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่ารถเก๋งของนายบรรเจิดขับตามรถจักรยานยนต์ของ น.ส.นรีรัตน์ มาจากบริเวณสี่แยกท่ามะเขือ ก่อนเลี้ยวขวามุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าธนาคาร จนร่างของ น.ส.นรีรัตน์ กระเด็นออกจากรถ ขณะที่รถจักรยานยนต์ถูกลากติดไปกับด้านหน้ารถเก๋งเป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร
หลังเกิดเหตุ นายบรรเจิดและเพื่อนที่นั่งมาด้วยได้ลงจากรถ ก่อนช่วยกันดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดอยู่บริเวณหน้ารถออก จากนั้นขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจัดกำลังชุดสืบสวนติดตามตัว กระทั่งพบรถคันดังกล่าวและนายบรรเจิดที่บ้านพักในพื้นที่ ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จึงเชิญตัวมาสอบสวน พร้อมเชิญเพื่อนที่เดินทางมาด้วยกันมาสอบปากคำด้วย
ด้าน น.ส.นรีรัตน์ ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายและบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง โดยหลังเกิดเหตุพบว่าล้อหน้าหรือล้อหลังของรถเก๋งเหยียบบริเวณขาข้างขวาของตน แต่โชคดีที่ไม่ถึงขั้นกระดูกหัก
น.ส.นรีรัตน์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนตัดสินใจเลิกรากับนายบรรเจิดมาแล้วประมาณ 2 เดือน โดยฝ่ายชายพยายามตามง้อขอคืนดี แต่ตนไม่ต้องการกลับไปคบกัน จึงบล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมด อย่างไรก็ตาม อดีตสามียังพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างและมีการข่มขู่ว่าจะทำร้าย โดยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ยังส่งข้อความผ่านลูกสาว ระบุว่าจะมาแต่งงานกับตน แต่ตนปฏิเสธและบอกว่าไม่ต้องมา เพราะทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
ส่วนวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ ระบุว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปทำงานตามปกติ สังเกตเห็นรถของอดีตสามีเลี้ยวกลับมา ก่อนขับตามหลังและชนรถของตน จึงเชื่อว่าเป็นการตั้งใจชนเพื่อให้รถหยุด
นอกจากนี้ ผู้บาดเจ็บยังอ้างว่า หลังเกิดเหตุ นายบรรเจิดพยายามขับรถถอยกลับมาในลักษณะที่อาจเหยียบตนซ้ำ แต่ญาติของตนเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทัน ก่อนจะช่วยกันนำรถจักรยานยนต์ที่ติดอยู่บริเวณหน้ารถเก๋งออก จากนั้นฝ่ายอดีตสามีจึงขับรถหลบหนีไป
ขณะที่ นายบรรเจิด ให้การอ้างว่า ไม่ได้มีเจตนาจะชนอดีตภรรยาให้ถึงแก่ชีวิต แต่ตั้งใจขับรถชนเพื่อให้รถหยุดและให้อีกฝ่ายลงมาเจรจาเคลียร์ปัญหากัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุการณ์บานปลาย จึงตัดสินใจนำรถจักรยานยนต์ออกจากหน้ารถและขับกลับบ้าน ก่อนติดต่อกำนันในพื้นที่เพื่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ
นายบรรเจิดยังอ้างว่า ตนยังรักอดีตภรรยาและที่ผ่านมาเคยมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งคิดว่าฝ่ายหญิงคงไม่ยอมกลับมาคืนดี จึงต้องการพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหา โดยยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุเกิดอาการโมโห หลังเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพหรือข้อความบนโซเชียลมีเดียกับแฟนใหม่ รวมถึงได้รับข้อความเสียงผ่านไลน์ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการกลับมาคบกันอีก จึงเกิดความหึงหวงและอารมณ์รุนแรงจนก่อเหตุดังกล่าว
ส่วนเพื่อนที่เดินทางมาด้วย นายบรรเจิดอ้างว่า ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป