วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีโรงพยาบาลสุรินทร์ปรับปรุงป้ายชื่อโรงพยาบาลบริเวณทางเข้าฝั่งทิศใต้ โดยป้ายใหม่ไม่มีข้อความภาษาเขมรเหมือนป้ายเดิม จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ และมีสื่อกัมพูชานำไปเสนอข่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสะท้อนบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลสุรินทร์ พบว่าป้ายชื่อโรงพยาบาลที่จัดทำขึ้นใหม่บริเวณทางเข้าฝั่งทิศใต้ไม่มีตัวอักษรภาษาเขมร ขณะที่ประชาชนในพื้นที่บางส่วนได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยมองว่าเป็นเรื่องของการปรับปรุงป้ายและการใช้ภาษาบนป้ายของหน่วยงานในพื้นที่

นายขวัญประชา อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า เห็นว่าการนำตัวอักษรภาษาเขมรออกจากป้ายมีความเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชามีประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน พร้อมกล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลจากกัมพูชาออกมากล่าวอ้างเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยเห็นว่าหากมีข้อเรียกร้องควรมีหลักฐานและข้อมูลที่ชัดเจนประกอบ
ด้านนายขวัญประชา อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า รู้สึกว่าเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลนำตัวหนังสือภาษาเขมรออกจากป้ายทางเข้าฝั่งทิศใต้ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชามีปัญหาเรื่องพรมแดน พร้อมกล่าวถึงกรณีหนุ่มชาวกัมพูชากล่าวอ้างว่าโรงพยาบาลสุรินทร์ติดเงินค่ารักษาคนไข้ชาวกัมพูชา จำนวน 20,000 บาทว่า หากจะมาทวงหรือต้องการเงินในส่วนนี้ ควรนำหลักฐานและข้อมูลมาแสดง ไม่ใช่กล่าวอ้างลอย ๆ พร้อมระบุว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องง้อกัมพูชา และฝากถึงนายกอนุทินให้ปิดด่านถาวร ไม่ต้องเปิดให้ชาวกัมพูชาเข้ามาประเทศไทยอีกต่อไป
ด้านนายเพียบ อายุ 64 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับป้ายใหม่ของโรงพยาบาล และมองว่าเป็นการปรับปรุงที่เหมาะสม พร้อมแสดงความเห็นว่าต้องการให้ภาครัฐดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาชายแดนอย่างจริงจังและอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชน
ทั้งนี้ กรณีป้ายชื่อโรงพยาบาลสุรินทร์ที่ไม่มีข้อความภาษาเขมรดังกล่าว กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงทั้งในประเทศไทยและสื่อสังคมออนไลน์ของกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง