จากประเด็นร้อนเมื่อทายาทเจ้าของที่ดินออกมาเรียกร้องสิทธิ์บนที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พื้นที่ 21 ไร่ หลังนายเฮียงบริจาคให้วัดเมื่อปี 2533 แต่ทายาทออกมาระบุยังไม่มีการโอนที่ดินอย่างเป็นทางการ จนเรื่องไปถึงชั้นศาล เมื่อฝ่ายทายาทฟ้องร้องวัด แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ก่อนต่อมามีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 30-40 คนนั่งรถตู้นำท่อปูนมาขวางทางเข้าออกวัด ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ป้าดา ซึ่งเป็นหลานสาวของ นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินเดิม เล่าว่า ในอดีตนายเฮียงมีเจตนามอบที่ดินเพื่อใช้สำหรับสร้างวัด แต่การมอบที่ดินดังกล่าวมีเงื่อนไขกำกับเอาไว้ กระทั่งต่อมาเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน จนนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมาย
ต่อมาวันที่ 15 ส.ค. 69 นางบุญเลี่ยง อายุ 85 ปี ทายาทคนที่ 2 ของ นายเฮียง ให้ข้อมูลยืนยันว่า ครอบครัวไม่ได้มีเจตนายกที่ดินให้วัด แต่เป็นเพียงการนำโฉนดไปถวายพระ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเอาเอกสารไปให้พระดูเฉยๆ ด้วยความเชื่อใจพระในตอนนั้น นั่นคือ หลวงปู่เพย จึงนำโฉนดไปฝากไว้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยกที่ดินให้วัด
สำหรับช่วงเวลาที่ นายเฮียง ยังมีชีวิตอยู่ นางบุญเลี่ยง ระบุว่า ขณะนั้นพื้นที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้าง หรือพัฒนาเป็นวัดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และยังไม่ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งวัดอย่างเป็นทางการ
ส่วนคำถามว่า นายเฮียง เคยไปทวงโฉนดหรือขอที่ดินคืนหรือไม่ นางบุญเลี่ยง บอกว่า ไม่เคย อาจเป็นเพราะเกรงใจหรือเหตุผลอื่น แต่ยืนยันว่า “นายเฮียง” ไม่เคยไปทวงคืน และไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในลักษณะดังกล่าว
เมื่อถามว่า เหตุใดลูกหลานจึงมาเริ่มรู้สึกว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับที่ดิน นางบุญเลี่ยง กล่าวว่า ด้วยความที่สมัยนั้นตนไม่ได้อยู่บ้านใน จ.ขอนแก่น เพราะไปทำงานที่ต่างจังหวัด จึงไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องการทวงที่ดินคืน รายละเอียดจึงไม่ทราบ มากนัก แต่ยืนยันว่าทายาทของ “นายเฮียง” แต่ละคนไม่ได้มีฐานะดีตามที่หลายคนเข้าใจผิด และพ่อก็ไม่ได้มอบมรดกมหาศาลให้กับลูกๆ ตามข่าวลือด้วย