วันที่ 14 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลมุกดาหารชี้แจงกรณี นายชาม อายุ 65 ปี เสียชีวิต หลังมีอาการปวดท้องรุนแรงและรอรับการรักษานานกว่า 4 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ภายหลังลูกสาวของผู้เสียชีวิตออกมาโพสต์สะท้อนความรู้สึกและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความล่าช้าในการรักษา
โดยแพทย์หญิงนภาพร เกียรติดำรง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร นายแพทย์วิลาศ นรินทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล
แพทย์หญิงนภาพรกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว พร้อมอธิบายว่า เมื่อ นายชาม เดินทางมาถึงโรงพยาบาล ได้ผ่านการคัดกรองเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินระดับที่ 2 หรือสีชมพู ซึ่งเป็นระดับที่มีความเร่งด่วนรองลงมาจากระดับที่ 1 หรือสีแดง ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ป่วยวิกฤตสูงสุดตามแนวทางการคัดกรอง
สำหรับผู้ป่วยระดับสีชมพู ควรได้รับการประเมินอาการซ้ำทุก 30 นาที แต่ในกรณีของนายชาม มีช่วงเวลาห่างจากการติดตามอาการประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้การประเมินซ้ำล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่กำหนด โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลยอมรับว่ากระบวนการดังกล่าวเกิดความล่าช้า
แพทย์หญิงนภาพรชี้แจงเพิ่มเติมว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้ป่วยฉุกเฉินระดับสีแดงเข้ามาพร้อมกันหลายราย ได้แก่ ผู้ป่วยถูกงูเห่ากัดและมีอาการรุนแรงจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ รวมถึงผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ส่งผลให้บุคลากรต้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะคุกคามต่อชีวิตก่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยืนยันว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ข้อแก้ตัว และโรงพยาบาลยอมรับในส่วนของความล่าช้าจากการประเมินอาการซ้ำ
ต่อมาเมื่อพบว่านายชามมีอาการรุนแรงขึ้น ทีมรักษาได้ประสานแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด พร้อมส่งตรวจ CT Scan ผลตรวจพบว่า หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องมีภาวะโป่งพองและฉีกขาด ซึ่งถือเป็นภาวะวิกฤตสูงสุดของความผิดปกติของหลอดเลือดดังกล่าว ก่อนที่สัญญาณชีพของผู้ป่วยจะอ่อนลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้าน นายแพทย์วิลาศ กล่าวว่า โรงพยาบาลจะนำกรณีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทบทวน เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงระบบดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นเรื่องการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ความปลอดภัยของผู้ป่วย และการเพิ่มโอกาสรอดชีวิต พร้อมนำข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
เรียบเรียงโดย มุมข่าว