ข่าวโซเชียล

เปิดประวัติ ป้าดา หัวหอกทวงที่ดิน 21 ไร่ วัดป่าอดุลยาราม

|
เปิดประวัติ ป้าดา หัวหอกทวงที่ดิน 21 ไร่ วัดป่าอดุลยาราม

จากกรณีข้อพิพาทที่ดินเนื้อที่กว่า 21 ไร่ ในพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ระหว่างทายาทของ นายเฮียง พิมพ์ศรี กับทางวัด ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังปรากฏภาพกลุ่มชายฉกรรจ์นำท่อปูนเข้ามาปิดกั้นทางเข้า-ออกวัด พร้อมกำหนดระยะเวลาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วันนั้น

บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการเดินหน้าทวงสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว คือ ป้าดา หลานสาวของนายเฮียง และหลานทางฝั่ง แม่น้อย ภรรยาของนายเฮียง โดยเจ้าตัวเข้ามารับช่วงต่อจากญาติรุ่นลูก หลังครอบครัวต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี

ก่อนหน้านี้ นางบัวเรียน หรือแม่ตุ๋ย ลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียง เป็นหนึ่งในผู้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว แต่ด้วยข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์และกำลังในการต่อสู้คดี ทำให้ต้องยุติบทบาทลง ก่อนที่ป้าดาจะเข้ามารับช่วงต่อ โดยญาติพี่น้องทั้ง 9 คนให้ความไว้วางใจและมอบหมายให้ดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินผืนดังกล่าว

สำหรับป้าดา ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ และมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากครอบครัว โดยสามีประกอบอาชีพเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เจ้าตัวมีความสนใจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์และข้อกฎหมายด้านที่ดิน ก่อนเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

หนึ่งในหลักฐานที่ป้าดานำมาเปิดเผย คือ หนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2533 ซึ่งตามข้อมูลที่ครอบครัวนำเสนอ ระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับการยกที่ดินเพื่อสร้างวัด โดยมีข้อความที่ครอบครัวตีความว่า หากการสร้างวัดไม่แล้วเสร็จ จะไม่มีการยกที่ดินให้

ป้าดาระบุว่า นายเฮียงเสียชีวิตในปี 2534 ขณะที่ วัดป่าอดุลยาราม ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 เมษายน 2541 จึงมองว่าประเด็นเรื่องกรรมสิทธิ์และผลทางกฎหมายของเอกสารดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง เอกสารสิทธิ์ และกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีที่มีการนำท่อปูนมาปิดกั้นทางเข้า-ออกวัด ป้าดายืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปกป้องสิทธิ์ของครอบครัว ไม่ได้มีเจตนารังแกพระสงฆ์หรือทำลายพระพุทธศาสนา พร้อมกล่าวอ้างว่ามีบุคคลบางกลุ่มอยู่เบื้องหลังความขัดแย้ง และอ้างว่ามีการจัดทำหลักฐานที่ไม่ถูกต้องเพื่อหวังครอบครองที่ดิน โดยระบุว่าเตรียมนำหลักฐานและคลิปวิดีโอออกมาเปิดเผยต่อสังคม

ป้าดายังยืนยันว่า การเรียกร้องสิทธิ์ในที่ดินไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีมูลค่าสูงขึ้นจากการขยายตัวของเมืองและมีห้างสรรพสินค้าอยู่โดยรอบ เนื่องจากครอบครัวต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ช่วงที่พื้นที่ยังไม่ได้มีความเจริญเช่นปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าเป้าหมายคือการรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินตามกระบวนการทางกฎหมาย

ขณะนี้ป้าดาอยู่ระหว่างดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ โดยระบุว่ากำหนดระยะเวลา 30 วันจะครบในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หากกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ดำเนินการเสร็จสิ้นตามขั้นตอน และยังมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ที่ครอบครัวอ้างสิทธิ์ เจ้าตัวยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ข้อพิพาทดังกล่าวยังมีรายละเอียดทั้งในด้านเอกสารสิทธิ์ การครอบครองที่ดิน และสถานะของที่ดินที่ใช้เป็นวัด ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบจากเอกสารราชการและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้ข้อยุติว่า กรรมสิทธิ์ในที่ดิน 21 ไร่ดังกล่าวเป็นของฝ่ายใดตามกฎหมาย

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News