วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นางแววดาว อายุ 44 ปี พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่ ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เข้าร้องเรียนต่อกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นที่ดินที่ครอบครัวได้มอบให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยกะโปะเพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะ แต่ปัจจุบันกลับมีบุคคลเข้าไปอยู่อาศัยและดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์ จนไม่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาและกิจกรรมของนักเรียนได้อย่างเต็มที่

นางแววดาว เปิดเผยว่า ที่ดินดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 2 งาน เดิมเป็นของนายเฉลี่ยง ผู้เป็นคุณตา ซึ่งได้แสดงเจตนามอบให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยกะโปะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เนื่องจากที่ดินตั้งอยู่ติดกับพื้นที่โรงเรียนและเห็นว่าจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยในขณะนั้นคุณตาเพียงขอค่าต้นไม้ที่ปลูกไว้ในพื้นที่เป็นจำนวน 6,000 บาท ก่อนส่งมอบที่ดินให้โรงเรียนนำไปใช้ประโยชน์
หลังจากได้รับมอบพื้นที่ โรงเรียนได้นำที่ดินไปใช้สร้างบ้านพักผู้บริหาร รวมถึงใช้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมลูกเสือ กิจกรรมการเรียนรู้ทางการเกษตร และโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนตามวัตถุประสงค์ที่ผู้มอบที่ดินตั้งใจไว้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังผู้บริหารโรงเรียนเกษียณอายุ บ้านพักดังกล่าวได้ถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของอดีตนักการภารโรงของโรงเรียน ซึ่งต่อมายังคงพักอาศัยอยู่ในพื้นที่แม้พ้นจากหน้าที่ราชการแล้ว และหลังการเสียชีวิตของนายเฉลี่ยง ผู้ร้องอ้างว่ามีการนำพื้นที่ไปใช้ประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น การเปิดลานกางเต็นท์ ที่พักริมน้ำ ขุดบ่อเลี้ยงปลา และเรียกเก็บค่าบริการจากนักท่องเที่ยว
ผู้ร้องเห็นว่าการใช้ประโยชน์ในลักษณะดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์เดิมของผู้มอบที่ดิน ซึ่งต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน จึงได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเข้ายื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาคืนพื้นที่ให้โรงเรียนใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวมตามวัตถุประสงค์เดิม

ล่าสุด ชุดปฏิบัติการพิเศษทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 ร่วมกับหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้น้ำหนาวที่ 13 รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
