วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. พ.ต.ท.จักราวุธ ดอนประจำ สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุ จึงเข้าตรวจสอบร่วมกับฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
จากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณใต้ฐานพระวิหารลิมปาภรณ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการบูรณะ โดยมีการทุบพื้นปูนเดิมออกเพื่อเตรียมยกโครงสร้างพระวิหาร เมื่อเปิดพื้นที่บริเวณฐานพระประธาน พบโลงศพไม้สีแดงเก่าแก่ สภาพผุพังจนเหลือเพียงพื้นโลง ภายในพบโครงกระดูกมนุษย์ คาดเป็นเพศหญิง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ปี
ภายในโลงยังพบพานสเตนเลสลักษณะคล้ายพานรองรับโครงกระดูก รวมถึงเหรียญ 50 สตางค์ รุ่นปี 2500 จำนวน 4 เหรียญ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม
โครงกระดูกมนุษย์ถูกบรรจุอยู่ใต้ฐานพระวิหารลิมปาภรณ์ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

นายเจตษฎา ต่ายทอง อายุ 21 ปี คนงานบริษัท ที.เอ.เทค จำกัด เปิดเผยว่า ขณะกำลังทุบพื้นเพื่อเตรียมติดตั้งแม่แรงยกพระวิหารให้สูงขึ้น พบโลงศพอยู่ใต้พื้น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
ด้านนายรุ่ง วัชวงศ์ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า จุดที่พบมีลักษณะเป็นช่องปูนสี่เหลี่ยมถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ต้องเจาะผนังปูนเพื่อเปิดทางเข้าไปตรวจสอบ ก่อนพบว่าด้านในเป็นลักษณะหีบหรือโลงบรรจุโครงกระดูก
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากระดูกไม่ได้อยู่ในสภาพกระจัดกระจาย แต่มีการจัดวางไว้บนพานคล้ายพานขันโตก สภาพโดยรวมค่อนข้างสมบูรณ์ เบื้องต้นอาจเป็นโครงกระดูกของผู้หญิงรูปร่างเล็ก แต่ยังต้องรอผลตรวจจากแพทย์นิติเวชเพื่อยืนยัน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า จากลักษณะการบรรจุและตำแหน่งที่พบ ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม โดยมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นร่างหรือโครงกระดูกของบุคคลในตระกูลผู้สร้างหรือผู้มีส่วนอุปถัมภ์พระวิหาร ซึ่งถูกนำมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระประธานตามความเชื่อ เพื่อให้ได้อยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ พระวิหารลิมปาภรณ์มีประวัติการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 และมีอายุกว่า 55 ปี ขณะที่วัดธาตุทองมีประวัติยาวนานกว่า 155 ปี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อมูลให้ลูกหลานตระกูลลิมปาภรณ์ ซึ่งเป็นตระกูลผู้ก่อสร้างพระวิหารรับทราบ โดยทางครอบครัวยืนยันว่า ไม่เคยได้รับข้อมูลจากบรรพบุรุษว่ามีการนำร่างหรือโครงกระดูกของบุคคลใดมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระวิหารมาก่อน และได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.พระโขนง
สำหรับโครงกระดูกดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อตรวจพิสูจน์เพศ อายุโดยประมาณ ระยะเวลาการเสียชีวิต และหาร่องรอยผิดปกติ ก่อนสรุปที่มาอย่างเป็นทางการ
เบื้องต้นตำรวจระบุว่า ยังไม่พบประเด็นเชื่อมโยงกับเหตุฆาตกรรม และอาจเป็นการบรรจุร่างของผู้มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างหรือดูแลพระวิหารในอดีต อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจทางนิติเวชและข้อมูลจากญาติหรือเอกสารทางประวัติเพื่อยืนยันต่อไป