วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 รายการโหนกระแส เปิดพื้นที่ให้ ซอง ดูฮี และ ปอนด์ จักรกฤษณ์ ออกมาพูดถึงปมขัดแย้งที่เกิดขึ้น ก่อนทั้งสองฝ่ายจะร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงถึงที่มาของดราม่าซึ่งกลายเป็นประเด็นถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ โดยซอง ดูฮี ยืนยันว่าการมาร่วมรายการครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและขอความเป็นธรรมให้กับตัวเอง

ซอง ดูฮี ระบุว่า สิ่งที่ต้องการสื่อสารคือ ขอให้ ปอนด์ จักรกฤษณ์ ยุติพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียโพสต์แขวนหรือประจานผู้อื่น จนทำให้แฟนคลับหรือผู้ติดตามเข้าไปโจมตีบุคคลที่ถูกกล่าวถึง พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่เพียงตนเองที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังรวมถึงคุณนัยนา คู่กรณีเรื่องที่ดิน ซึ่งเคยเผชิญสถานการณ์ในลักษณะเดียวกัน จนได้รับผลกระทบอย่างหนัก

สำหรับต้นตอของความบาดหมาง เกิดขึ้นจากเหตุการณ์การร่วมปฏิบัติภารกิจรับส่งร่างพระคุณเจ้าที่มรณภาพ ซึ่งเป็นคดีที่มีข่าวเด็กขับรถชนพระ โดยมูลนิธิของซอง ดูฮี ส่งรถเข้าร่วม 2 คัน ขณะที่สมาคมสายธารของ ปอนด์ จักรกฤษณ์ ก็ส่งรถร่วมภารกิจอีก 2 คัน เพื่อร่วมกันอำนวยความสะดวกในงาน แต่ระหว่างการจัดขบวนรถเกิดความเห็นไม่ตรงกัน เมื่อทีมงานฝั่งปอนด์กล่าวหาว่ารถของซอง ดูฮี แวะทำธุระส่วนตัวจนทำให้ขบวนขาดช่วง อย่างไรก็ตาม ซอง ดูฮี ชี้แจงว่า การควบคุมขบวนเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าคณะจังหวัด ตนไม่มีอำนาจสั่งการ อีกทั้งจุดที่รถหยุดเป็นไปตามสัญญาณของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การแวะทำธุระส่วนตัว พร้อมมองว่ารถขบวนหน้าต่างหากที่เร่งออกไปโดยไม่รอรถที่ตามมา
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ซอง ดูฮี เปิดเผยว่า ตนและทีมกู้ภัยในพื้นที่ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงถูกนำโลงศพที่นำไปถวายมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสภาพโลงและการช่วยกันยกโลง ทั้งที่ตั้งใจทำบุญด้วยจิตกุศล นอกจากนี้ แม้จะไลฟ์สดชี้แจงและกล่าวชื่นชมทีมของปอนด์ แต่ก็ยังถูกโจมตีและถูกกล่าวหาว่าเป็นคนหิวแสง จนเรื่องบานปลายส่งผลกระทบต่อครอบครัว ภรรยาถึงกับยื่นคำขาดว่าหากไม่ลบโพสต์จะขอเลิกรา ทำให้ตนตัดสินใจลบโพสต์ทั้งหมดและเป็นฝ่ายทักไปขอโทษ ปอนด์ จักรกฤษณ์ ก่อน แม้จะรู้สึกว่าตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิด

ขณะที่ ปอนด์ ยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวจบลงตั้งแต่ได้พูดคุยกันที่วัดแล้ว และไม่ติดใจอะไรอีก พร้อมรับปากว่าจะตักเตือนลูกน้องที่ยังโพสต์พาดพิงมูลนิธิของซอง ดูฮี หากมีปัญหาในอนาคตให้พูดคุยกันโดยตรง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงยุติความขัดแย้ง โดยซอง ดูฮี ย้ำว่าที่ออกมาชี้แจงครั้งนี้ เพียงต้องการให้สังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริง และยืนยันว่าตนทำงานด้วยความตั้งใจ ไม่ได้เป็นคนหิวแสงตามที่ถูกกล่าวหา
เรียบเรียงโดย มุมข่าว