ข่าวโซเชียล

เกิดเหตุ กำแพงคอนกรีตยักษ์ถล่ม ทับร่างคนงานรีโนเวตอาคาร ซอยสุขุมวิท 66/1

|
เกิดเหตุ กำแพงคอนกรีตยักษ์ถล่ม ทับร่างคนงานรีโนเวตอาคาร ซอยสุขุมวิท 66/1

17 ก.ค. 2569 เหตุกำแพงคอนกรีตยักษ์ถล่มทับร่างคนงานรีโนเวตอาคาร ซอยสุขุมวิท 66/1 ผนังคอนกรีตขนาดใหญ่ กว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร น้ำหนักเกือบ 1 ตัน พังถล่มทับคนงานชาวเมียนมาภายในอาคารเก่าที่อยู่ระหว่างรีโนเวต อดีตศูนย์บริการฮอนด้า ปากซอยสุขุมวิท 66/1 ส่งผลให้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ขณะที่พยานและแม่ค้าขายน้ำเล่านาทีระทึก ได้ยินเสียงดังสนั่นก่อนวิ่งเข้าไปช่วย แต่ไม่สามารถยกแผ่นปูนออกได้ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาสาเหตุและมาตรการความปลอดภัย

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.ภูมิวัฒนา ฤทธิ์ทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางนา รับแจ้งเหตุผนังคอนกรีตล้มทับคนงาน ภายในอาคารบริเวณปากซอยสุขุมวิท 66/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 2 ชั้น ซึ่งเดิมเป็นศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงและดัดแปลงอาคาร โดยบริเวณชั้น 2 พบผนังคอนกรีตขนาด กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 6 เมตร น้ำหนักเกือบ 1 ตัน พังถล่มลงมาทับคนงานที่กำลังปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษยกแผ่นคอนกรีตออกจากร่างผู้ประสบเหตุ

ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ MR. ZIN MIN HTET AUNG อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ นายออง โม ทู อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เพื่อรักษาอาการ ขณะที่ร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ต่อมาทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคาร 2 ชั้น ซึ่งเดิมเคยเปิดเป็นศูนย์บริการรถยนต์ ก่อนปิดกิจการมานานประมาณ 2-3 ปี และอยู่ระหว่างการรีโนเวต โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวไม่สามารถเข้าไปบันทึกภาพภายในได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของเอกชน

บริเวณด้านหน้าอาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้นำผ้าใบมากั้นพื้นที่ ขณะที่ภายในมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง

นายศรีรัตน์ ศิริงามเจริญพร อายุ 36 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองและแฟนสาวกำลังนั่งอยู่ด้านหน้าอาคาร เห็นคนงานประมาณ 2-3 คน กำลังใช้เครื่องมือเจาะและทุบกำแพงบริเวณชั้น 2 ก่อนจะได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายสิ่งของขนาดใหญ่ถล่มลงมา เมื่อหันไปดูก็พบว่ากำแพงพังลงมาทับคนงาน จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือทันที

เมื่อเข้าไปถึงพบคนงาน 1 คน ถูกแผ่นคอนกรีตทับครึ่งลำตัว นอนแน่นิ่ง มีเลือดไหลออกทางจมูก ส่วนคนงานอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บที่ขา มีบาดแผลลึกจนเห็นกระดูก คาดว่าถูกเศษแผ่นคอนกรีตกระเด็นใส่ นายศรีรัตน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุมีประชาชนและคนงานประมาณ 5-6 คน พยายามใช้เหล็กงัดช่วยกันยกแผ่นคอนกรีตออก แต่ไม่สามารถยกได้ เนื่องจากแผ่นคอนกรีตมีน้ำหนักมาก คาดว่าหนักเกือบ 1 ตัน จึงต้องรอเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางเข้าช่วยเหลือ

ขณะที่ แม่ค้าขายน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะกำลังขายของ ได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายอาคารถล่ม ก่อนจะเห็นฝุ่นปูนฟุ้งกระจายออกมาจากตัวอาคาร จึงรีบวิ่งไปดู พร้อมตะโกนเรียกคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้แผ่นคอนกรีต โดยทุกคนพยายามช่วยกันงัดแผ่นปูน แต่ไม่สามารถยกออกได้ เพราะมีน้ำหนักมาก จึงต้องรอเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์หนักเข้าช่วยเหลือ

ด้าน นายปริญญา มาระโย อายุ 40 ปี ผู้ควบคุมงาน ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนยืนควบคุมงานอยู่บริเวณดังกล่าว โดยผู้เสียชีวิตและคนงานอีก 1 คน กำลังใช้เครื่องมือทุบกำแพง แต่ระหว่างปฏิบัติงาน แผ่นคอนกรีตด้านบนเกิดหลุดออกมาก่อน แล้วสไลด์ตกลงมาทับผู้เสียชีวิต ขณะที่คนงานอีกคนได้รับบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาคารดังกล่าวได้รับ ใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร เลขที่ ขบง 58/2569 ออกให้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ควบคุมงาน ผู้รับเหมา คนงาน และพยานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและวิศวกรเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคาร เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการพังถล่ม รวมถึงตรวจสอบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำโดยประมาทหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป.

ABOUT THE AUTHOR

sd

ทีมข่าว Siam News