จากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ภายในโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็วบริเวณฝ้าเพดาน ประกอบกับควันพิษจากวัสดุตกแต่งและการมีเส้นทางหนีไฟที่จำกัด กลายเป็นปัจจัยวิกฤตที่คร่าชีวิตผู้เสียชีวิตไปกว่า 30 ราย และส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมากนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญให้ทุกพื้นที่ต้องเร่งล้อมคอกเพื่อป้องกันภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.พงศ์จักร จักษุรักษ์ รอง ผบก.น.4 (นครบาล 4-3) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง, พ.ต.ท.ปวีร์ มั่นเมือง รอง ผกก.ป.สน.วังทองหลาง และ พ.ต.ท.กาจก้อง ศรีสุวะ สวป.สน.วังทองหลาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม ชุดเคลื่อนที่เร็ว และฝ่ายสืบสวน สน.วังทองหลาง บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานเขตวังทองหลาง

นำโดยหัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อม หัวหน้าฝ่ายโยธา เจ้าหน้าที่เทศกิจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ณ ร้านโรงเหล้าแสงจันทร์ เอกมัย-รามอินทรา เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุเชิงรุกอย่างเข้มงวด

ในการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำการตรวจเช็กระบบและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยทั้งหมดอย่างละเอียด โดยครอบคลุมตั้งแต่ความพร้อมใช้งานของถังดับเพลิง ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ตรวจสอบป้ายแสดงเส้นทางหนีไฟให้มีความชัดเจน ตลอดจนประเมินความพร้อมในการอพยพผู้คนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

โดยกำชับไม่ให้มีสิ่งกีดขวางเส้นทางหนีไฟและทางเข้า-ออกอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์และกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของระบบความปลอดภัยเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอย และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน