ข่าวโซเชียล

รวบ ชาติ บัญชีม้า แก๊งหลอกขายของออนไลน์-ทำภารกิจ เหยื่อเสียหายกว่า 1.1 แสนบาท

|
รวบ ชาติ บัญชีม้า แก๊งหลอกขายของออนไลน์-ทำภารกิจ เหยื่อเสียหายกว่า 1.1 แสนบาท

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น ส.ต.อ.สกลเกียรติ มากคิด ส.ต.อ.จตุรพล กำปั่น ส.ต.อ.เรวัต สุขสอาดส.ต.อ.ภูริพันธ์ บุญยงส.ต.ท.นนธวัช ศิริเทพ ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด ส.ต.ท.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดภูเก็ต ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1458/2568 ลงวันที่ 1 มี.ค.68 ฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเงินฝาก อิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และร่วมกันฟอกเงิน และศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 973/2568 ลง 26 ก.ย.68 ฐาน ร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ได้ที่บริเวณสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

การจับกุมครั้งนี้เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2567 ผู้เสียหายประสงค์จะขายใบจองคอนโด จึงโพสต์ประกาศขายผ่านเฟซบุ๊ก มาร์เก็ตเพลส และกลุ่มซื้อขายใบจองคอนโดต่าง ๆ ต่อมาได้มีมิจฉาชีพใช้เฟซบุ๊กและไลน์ ทำทีสนใจก่อนชักชวนเข้าไลน์กลุ่มโอเพ่นแชต ที่มีสมาชิกจำนวนมากสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นเริ่มมีการให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทะเบียนร้านค้า เพื่อรับเงินการซื้อขาย พร้อมส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว บัญชีธนาคาร และเรียกเก็บค่าลงทะเบียน 169 บาท เมื่อชำระเงินแล้วได้ยอดเงินคืนกลับมาบวกกำไรเล็กน้อยให้เหยื่อเริ่มตายใจ ต่อมาได้หลอกผู้เสียหายว่ามีผู้ซื้อคอนโดโอนเงินค่าจองมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถถอนได้ ต้องทำภารกิจ หรือกิจกรรม ผู้เสียหายเริ่มโอนเงินจำนวนมากขึ้น คนร้ายกลับอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น ทำภารกิจไม่ครบ ระบบอัปเกรดบัญชีเป็น VIP หรือกรอกข้อมูลผิดพร้อมเรียกให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบและรับเงินทั้งหมดคืน ต่อมาคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มอีก 52,420 บาท เพื่อแก้ไขระบบ ผู้เสียหายจึงพยายามถอนเงินสดจากบัตรเครดิตเพื่อนำมาโอนตามที่คนร้ายแจ้ง แต่ในระหว่างดำเนินการ เจ้าหน้าที่ธนาคารได้โทรศัพท์มาตรวจสอบความผิดปกติของรายการและแจ้งเตือนว่าอาจกำลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทำให้ ผู้เสียหายหยุดการโอนเงินเพิ่มเติมและทราบว่าตนถูกหลอกลวง รวมความเสียหาย เป็นเงิน 18,455 บาท

ต่อมาจากการสืบสวน โดยชุดสืบสวน PCT ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่าขบวนการดังกล่าวเป็นแก๊งสแกมเมอร์ที่ร่วมกันหลอกลวงประชาชน โดยมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา นอกจากนี้มิจฉาชีพยังได้หลอกลวงโดยอ้างว่า เมื่อช่วงปลายปี 2567 ผู้เสียหายได้รับการชักชวนผ่านแอปฯไลน์ ให้ร่วมลงทุนแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยคนร้ายอ้างว่าสามารถสร้างผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้นและมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการลงทุนตลอดเวลา ทำให้ผู้เสียหายเกิดความสนใจและหลงเชื่อ จึงสมัครเข้าร่วมลงทุนตามขั้นตอนที่ และสุดท้ายจะไม่สามารถถอนเงินลงทุนได้ ส่งผลให้ผู้เสียหาย โอนเงินเข้าบัญชีที่คนร้ายกำหนดหลายบัญชี รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้น 92,438 บาท กระทั่งชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายเอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหา ได้หลบหนีอยู่ทางภาคใต้และกำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร จึงเข้าจับกุมไว้ได้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบสวน ผู้ต้องหา เบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2567 ตนเองได้รู้จักกับพี่ที่เคยทำงาน รปภ. ด้วยกันที่จังหวัดระยอง ได้ทักอมสเซนเจอร์เฟซบุ๊ก มาชักชวนให้ไปหา และจะพาไปหาเงิน ตนจึงหลงเชื่อและได้ไปหาพี่ที่จังหวัดระยอง หลังจากนั้นได้บอกตนว่าจะพาตนไปหาเงินและพาตนข้ามไปยังปอยเปต ประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางธรรมชาติ มีคนของเพื่อนบ้านได้พาข้ามไป โดยให้เปิดบัญชีธนาคารได้ค่าตอบแทนบัญชีละ 1,000 บาท หากไม่เปิดบัญชีจะถูกบังคับไม่ให้กลับประเทศและจะถูกทำร้ายร่างกาย ตนจึงได้เปิดบัญชีจำนวน 4 บัญชี พร้อมสแกนใบหน้า ได้รับค่าจ้าง 4,000 บาท จึงยอมให้ตนกลับประเทศไทยได้ เบื้องต้นขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหายังได้ฝากเตือนพี่น้องประชาชน หากมีบุคคลมาชักชวนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อ้างไปทำงานหรือ หาเงินรายได้ดี อย่าหลงเชื่อ เพราะหากไปแล้วต้องทำตามที่เขาสั่งและอาจได้คดีตามมาอีกมากมาย จึงขอฝากพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อคำเชิญชวน เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะเอาบัญชีของเราไปกระทำอย่างไร

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปพ. ฝากเตือน ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่มีบุคคลติดต่อเข้ามาแสดงความสนใจซื้อ และชักชวนให้เข้ากลุ่มไลน์หรือแพลตฟอร์มแปลกใหม่ พร้อมอ้างว่าต้องลงทะเบียนร้านค้า หรือทำรายการก่อนจึงจะสามารถรับเงินได้ เพราะอาจเป็นกลอุบายของมิจฉาชีพ ทั้งนี้หากมีการให้โอนเงินในรูปแบบ ภารกิจ กิจกรรม ค่าลงทะเบียน หรืออ้างว่าต้องทำรายการ เพิ่มเติมเพื่อปลดล็อกเงิน ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวงและอย่าโอนเงินเพิ่มเติมโดยเด็ดขาด ควรหยุดตรวจสอบและปรึกษาผู้รู้หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที และขอเตือนพี่น้องประชาชน ขอให้ประชาชนระมัดระวังการชักชวนให้ลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการลงทุนแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) หรือแพลตฟอร์มที่อ้างว่ามีผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้นและมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล เพราะอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพหากมีการชักชวนให้โอนเงินเพิ่มเติมหลายครั้ง หรืออ้างเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้ถอนเงินได้ ควรหยุดตรวจสอบทันที และอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นการสร้างระบบปลอมเพื่อหลอกให้โอนเงิน

มุมข่าว รายงาน

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News