วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ให้สกัดจับหลังรถคันดังกล่าวก่อเหตุเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร ก่อนขับหลบหนีมุ่งหน้าตามถนนพหลโยธินเข้าสู่พื้นที่อำเภอคลองขลุง โดยมีเป้าหมายเดินทางต่อไปยังกรุงเทพมหานคร

เมื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจพบรถต้องสงสัย ได้เปิดสัญญาณไฟและใช้เครื่องขยายเสียงเรียกให้หยุดตรวจ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหลบหนี กระทั่งยางล้อหน้าด้านซ้ายเกิดระเบิด ทำให้รถไม่สามารถขับต่อไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวผู้ขับขี่ไว้ได้ทันที
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากันชนหน้าด้านขวามีร่องรอยการเฉี่ยวชน ส่วนท้ายรถเป็นคอกบรรทุกแตงกวากว่า 100 ถุง แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบช่องว่างใต้กองแตงกวา มีกระสอบสีเขียวอ่อนซุกซ่อนอยู่ จึงนำออกมาตรวจสอบ พบเป็นกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 40 กระสอบ
ผลการตรวจนับพบว่า แต่ละกระสอบบรรจุห่อใหญ่ 2 ห่อ และแต่ละห่อใหญ่แบ่งเป็นห่อเล็กอีก 10 ห่อ รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดกว่า 8,000,000 เม็ด โดยห่อยาบ้าทุกห่อมีตราสัญลักษณ์เลข "999" ประทับอยู่
ผู้ต้องหาเบื้องต้นทราบชื่อคือ นายเลิศ เป็นชาวไทยใหญ่ ถือบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยที่อยู่ตามบัตรระบุในพื้นที่แขวงบางนาใต้ กรุงเทพมหานคร ส่วนรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถเช่าซื้อ ซึ่งผู้ครอบครองเป็นหญิงชาวจังหวัดเชียงใหม่
ภายหลังการจับกุม พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางมาตรวจสอบของกลางด้วยตนเอง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.อ.กรวิชย์ อ่อนทอง ผู้กำกับการ สภ.คลองขลุง, พ.ต.ท.เชาวลิตร รัมวุฒิ รองผู้กำกับการสืบสวน และ พ.ต.ท.สุวิทย์ ทั่งกล่ำ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม ร่วมตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด
ชุดจับกุมเปิดเผยว่า ก่อนการจับกุม ด.ต.พงศ์นรินทร์ ตามเวลา พร้อมกำลังสายตรวจจราจร ได้รับแจ้งให้สกัดจับรถต้องสงสัย ก่อนติดตามและเข้าตรวจค้นจนพบยาเสพติดจำนวนมหาศาลดังกล่าว
เบื้องต้น ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมีอาการมึนเมา และยอมรับว่าได้ดื่มเบียร์มาก่อนถูกจับกุม
ตำรวจเชื่อว่า ยาบ้าล็อตนี้เป็นของเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งใช้รถบรรทุกพืชผลทางการเกษตรอำพรางการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ ผ่านจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อส่งต่อเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้บงการ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป