วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก แสงทองเภสัช ร้านยาหาดใหญ่ ปรึกษายา อาหารเฉพาะโรค ได้ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์คนไข้หญิงรายหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ พร้อมระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เภสัชกรรู้สึกสะเทือนใจมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

โดยในโพสต์ระบุว่า คนไข้หญิงอายุประมาณ 50-60 ปี มีอาชีพขายขนมแบบถุง ได้เดินทางเข้ามาที่ร้านยาเพื่อแจ้งอาการปวดหน้าอกอย่างรุนแรง ปวดร้าวถึงศีรษะ และรู้สึกปวดจนแทบรับไม่ไหว พร้อมมีน้ำตาคลอและขอซื้อยาที่ช่วยบรรเทาอาการได้ เภสัชกรกำลังจะซักประวัติเพิ่มเติม แต่ผู้ป่วยได้เปิดเสื้อให้ดูบริเวณหน้าอก พบว่าเต้านมด้านซ้ายมีอาการบวมแดงขนาดใหญ่ และมีก้อนลักษณะใหญ่กว่าฝ่ามือ
ในโพสต์ยังระบุเพิ่มเติมว่า เภสัชกรเคยมีประสบการณ์ฝึกงานในโรงพยาบาลและเคยเห็นผู้ป่วยมะเร็งมาก่อน แต่ครั้งนี้ยังรู้สึกตกใจ เนื่องจากผู้ป่วยน่าจะอยู่ในภาวะเจ็บปวดอย่างมาก จึงพยายามประสานเพื่อเรียกรถนำส่งโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าไม่มีบัตรประชาชน และเป็นชาวมาเลเซียที่เข้ามาทำงานในอำเภอหาดใหญ่มานานและอาศัยอยู่เพียงลำพัง
ทั้งนี้ผู้ป่วยยังระบุว่า เคยไปติดต่อโรงพยาบาลรัฐหลายแห่ง แต่ได้รับแจ้งว่าไม่มีสิทธิในการรักษาในประเทศไทย เภสัชกรจึงสอบถามเรื่องการกลับไปรักษาที่ประเทศมาเลเซีย แต่ผู้ป่วยระบุว่าอยากกลับแต่ไม่มีเงินในการเดินทาง ทำให้เภสัชกรตัดสินใจช่วยเหลือด้วยการมอบยาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อให้สามารถกลับประเทศและเข้ารับการรักษาได้ โดยระบุว่าหากไม่สามารถกลับได้ อย่างน้อยควรมีค่าใช้จ่ายสำหรับการพักรักษาตัวและเดินทางไปพบแพทย์
ในโพสต์ยังมีการระบุอีกว่า หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนเภสัชกรในพื้นที่หาดใหญ่เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเคยพบกรณีลักษณะคล้ายกันเช่นเดียวกัน และมองว่าอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายในการเอาตัวรอดของผู้ป่วยรายนี้ อีกทั้งยังระบุว่า ผู้ป่วยไม่ได้มาขอเงิน แต่ตั้งใจมาขอซื้อยา และก่อนออกจากร้าน เภสัชกรได้เรียกเพื่อมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม
ภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมการช่วยเหลือของเภสัชกรอย่างล้นหลาม โดยมีการระบุว่าเรื่องราวดังกล่าวทำให้รู้สึกถึงความหวังของสังคม ทำให้หลายคนถึงกับสะเทือนใจและร้องไห้ พร้อมทั้งชื่นชมในความมีน้ำใจและความเมตตาที่มีต่อเพื่อนมนุษย์
เรียบเรียงโดย มุมข่าว