ข่าวโซเชียล

รู้ไว้ก่อนจะสาย! 6 ปัจจัยเสี่ยง ความดันขึ้นตอนเช้า ระวังสโตรกไม่รู้ตัว

|
รู้ไว้ก่อนจะสาย! 6 ปัจจัยเสี่ยง ความดันขึ้นตอนเช้า ระวังสโตรกไม่รู้ตัว

วันที่ 9 เม.ย. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ผ่านทางด้านเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ หมอเจด ระบุว่า ความดันขึ้นตอนเช้า แบบนี้ระวัง!เสี่ยงสโตรกไม่รู้ตัว!!

หลายคนวัดความดันเฉพาะตอนกลางวันแล้วคิดว่าปกติ แต่ความจริงคือ ช่วงเช้า หลังตื่นนอน เป็นช่วงที่ความดันมีโอกาสพุ่งสูงที่สุดของวัน (morning surge) และเป็นช่วงที่เสี่ยงหลอดเลือดสมองหรือสโตรกมากขึ้นแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่มีความดันอยู่แล้ว หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม นี่คือสัญญาณเตือนที่ควรเช็ก

1. วัดความดันตอนเช้าแล้วสูงกว่าปกติ

ถ้าตื่นมาวัดแล้วค่าความดันสูงกว่าช่วงอื่นของวัน เช่น เกิน 135/85 mmHg เป็นประจำ อาจเป็นสัญญาณว่าเกิด morning surge ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงสโตรกและโรคหัวใจ เพราะหลอดเลือดต้องรับแรงดันสูงทันทีหลังตื่น และยิ่งถ้าค่าพุ่งสูงมากในช่วงสั้น ๆ จะยิ่งเพิ่มโอกาสหลอดเลือดแตกหรืออุดตันได้แบบเฉียบพลันโดยไม่รู้ตัว

2. ปวดหัวตื้อ ๆ ตอนเช้า โดยเฉพาะท้ายทอย

อาการปวดหัวช่วงเช้า โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย อาจเกี่ยวกับความดันที่สูงขึ้นตอนตื่นนอน เลือดไปเลี้ยงสมองเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้เกิดอาการตึง หนัก หรือมึนหัว ซึ่งไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ หรือมึนงง อาจเป็นสัญญาณเตือนของหลอดเลือดสมองที่เริ่มมีปัญหาได้

3. หน้ามืด เวียนหัว ลุกแล้วโคลง

บางคนจะรู้สึกหน้ามืดหรือเวียนหัวเมื่อลุกจากเตียง อาจเกิดจากความดันแกว่งหรือควบคุมไม่ดี ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบไหลเวียนเลือดมีปัญหา และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดสมองได้ หากเกิดบ่อยควรระวัง เพราะอาจสะท้อนว่าร่างกายปรับตัวกับความดันไม่ทัน และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการล้มร่วมด้วย

4. ใจสั่น เหนื่อยง่ายหลังตื่นนอน

ช่วงเช้าร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนกระตุ้น (เช่น adrenaline) ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ถ้ารู้สึกใจสั่น เหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าหัวใจและหลอดเลือดกำลังรับภาระจากความดันที่พุ่งสูง และถ้ามีอาการแน่นหน้าอกหรือหายใจไม่อิ่มร่วมด้วย ควรรีบตรวจ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับหัวใจโดยตรง

5. มีโรคประจำตัว แต่ความดันยังแกว่ง

เช่น เบาหวาน ไขมันสูง หรือไตเสื่อม แล้วความดันยังขึ้น ๆ ลง ๆ โดยเฉพาะตอนเช้า ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงสโตรกแบบเงียบ ๆ เพราะหลอดเลือดเปราะบางอยู่แล้ว และการที่ความดันแกว่งบ่อย จะยิ่งทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหายสะสมเร็วกว่าปกติ เพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

6. กินยาความดัน แต่ยังคุมไม่อยู่ตอนเช้า

บางคนกินยาตอนเย็นหรือก่อนนอน แต่ช่วงเช้ายังความดันสูง อาจต้องปรับเวลา หรือชนิดยา เพราะช่วงเช้าคือช่วงเสี่ยงที่สุด ถ้าคุมไม่อยู่ ต้องปรึกษาแพทย์ การปล่อยให้ความดันสูงตอนเช้าต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงทั้งหลอดเลือดสมอง หัวใจ และไตโดยตรงในระยะยาว

7. วิธีลดความเสี่ยง ความดันพุ่งตอนเช้า

- วัดความดันตอนเช้าหลังตื่น (ก่อนกินยา/อาหาร) เป็นประจำ

- นอนให้พอ และเข้านอนให้เป็นเวลา

- ลดเค็ม โดยเฉพาะมื้อเย็น

- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่

- ขยับร่างกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว

- ปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับยา หากความดันตอนเช้ายังสูง

- เลือกอาหารที่ช่วยเลือดไหลเวียนดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีนที่มีโอเมก้า-3 มะเขือเทศ เบอร์รี ผักใบเขียว และอาหารที่มีแอสตร้าแซนธิน ช่วยคุมความดันได้ดีขึ้น

อย่ามองข้ามความดันตอนเช้า เพราะนี่คือช่วงเสี่ยงที่สุดของวัน หลายเคสสโตรกเกิดช่วงเช้าแบบไม่ทันตั้งตัว การเช็กให้ถูกเวลา และคุมให้ดี จะช่วยลดความเสี่ยงหลอดเลือดสมองและหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งถ้ามีสัญญาณเตือนร่วมหลายข้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและปรับการรักษาให้เหมาะสม จะช่วยป้องกันความดันสูงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News