จากกรณีเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา นายเดช ชาวลาว อายุ 26 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง หลัง น.ส.แรม อายุ 20 ปี น้องสาว หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากห้องพักในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านซอยแจ้งวัฒนะ 14 ภายหลังการตรวจสอบ พบว่า น.ส.แรมคบหากับชายหนุ่มชื่อ ต้อม อายุ 24 ปี สัญชาติลาวเช่นกัน โดยฝ่ายชายให้การว่า ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะวิ่งหนีออกจากห้องไป

นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีสาวชาวลาวถูกแฟนหนุ่มสัญชาติเดียวกันปลิดชีพ โดยระบุว่าขณะนี้สถาบันฯ ได้รับชิ้นส่วนร่างกายมาแล้วประมาณ 80% ซึ่งบรรจุมาในถุงทั้งหมด 6 ถุง จากที่พบทั้งหมด 8 ถุง ส่วนที่ยังขาดหายไปคือส่วนของซี่โครงและอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งงมหาหลักฐานเพิ่มเติม
ด้านนายแพทย์วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าตกใจว่า จากการตรวจสอบรอยตัดตามร่างกาย พบว่าเป็นลักษณะการใช้ มีดเพียงเล่มเดียว ซึ่งรอยแผลบ่งบอกว่าผู้ก่อเหตุมีความชำนาญในการใช้มีดสูงมากมีความเป็นไปได้ว่าอาจประกอบอาชีพเป็น พ่อครัว เนื่องจากรู้วิธีการลงมีดตามข้อต่อและกระดูกอย่างรวดเร็ว และ สามารถลงมือกระทำเพียงลำพังได้โดยไม่ต้องมีผู้ช่วย ส่วนการก่อเหตุ โดยธรรมชาติหรือโดยปกติคนร้ายจะกระทำกับเหยื่อหลังผู้เสียชีวิตแล้วหากเหยื่อยังมีชีวิตหรือเพียงแค่สลบหัวใจยังเต้น จะทำให้มีการสูบฉีดโลหิต หรือร่างกายยังเกิดปฏิกิริยาของร่างกายทำให้ปริมาณเลือดจะมีการกระจัดกระจายเต็มบริเวณพื้นที่ทำให้ยากแก่การทำความสะอาด

นอกจากนี้ ในการตรวจยังไม่พบบาดแผลอื่น ซึ่งเรื่องของบาดแผลหรือร่องรอยตามร่างกายอื่น ๆ รวมถึงการตัดชิ้นส่วนอื่นๆ จะดูได้ว่ามีอาวุธมากกว่า 1 ชิ้น หรือมีบุคคลที่ร่วมก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนได้ แต่กรณีนี้เป็นเคสปกติที่พบทำคนเดียวได้ ขั้นตอนต่อไปคือนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคล รวมถึงตรวจหาสารพิษในร่างกายเพื่อดูว่ามีการมอมยาเหยื่อก่อนสังหารหรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ