วันที่ 16 ธ.ค. 2568 พันตำรวจเอกสมเกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งมีเหตุนักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงินและหลบหนีออกจากบ้านพักและขาดการติดต่อ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เพื่อบุกรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อช่วยนักศึกษา ปวช.วัย 19 ปี รายดังกล่าว
หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นดีเอสไอ แจ้งข้อกล่าวหาพัวพันการฟอกเงิน ลวงให้ไปเปิดห้องในรีสอร์ทแล้ววีดีโอคอลพูดคุยหลอกให้โอนเงินในบัญชี โชคดีญาติตามหาแกะรอยจากจีพีเอส รู้พิกัดแจ้งตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร บุกเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน แต่เกือบเสียเงินเพราะมิจฉาชีพสั่งห้ามเปิดประตูอ้างจะถูกยิงหากออกไป
โดย นักศึกษาชั้น ปวช. ได้ให้รายละเอียดว่า ตนเองกำลังจะไปเรียนวิทยาลัย จากนั้นได้มีโทรศัพท์เบอร์แปลกเข้ามาหาตน และได้ให้ตนแอดไอดีไลน์กรมสอบสวนคดีพิเศษ และแนะนำให้ตนเองไปคุยกันที่บ้าน โดยให้สายที่คุยกันทางโทรศัพท์ไว้
ต่อมาได้ให้แคปหน้าจอโทรศัพท์ที่ได้คุยกับเพื่อน ซึ่งเพื่อนได้ทักข้อความมาว่า กำลังเข้าไปหา ทางบุคคลซึ่งอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกรมสอบสวนคดีพิเศษ แนะนำให้ตนเองไปเปิดรีสอร์ท จึงได้ไปเปิดห้องที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง จากนั้นได้แนะนำให้ตนเองส่งสลิปบัญชีจ่ายเงินค่าเปิดที่พักรีสอร์ทให้ทางช่องไลน์ โดยอ้างว่าจะโอนเงินค่าเปิดที่พักคืน
จากนั้นบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกรมสอบสวนพิเศษ จะทำการบันทึกเสียงในรายละเอียดที่จะขึ้นศาลในคดีบัญชีม้า (ฟอกเงินจำนวน 50,000 บาท) พร้อมทั้งส่งแบบฟอร์มให้เข้าแอปธนาคารในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้แคปบันทึกหมายเลขธนาคารของตนเอง โดยอ้างว่า จะขอตรวจสอบเงินในบัญชี ว่ามีการโอนเงินหรือมีการใช้เงินอะไรบ้าง
เมื่อบุคคลดังกล่าวดูบัญชีแล้ว ได้ให้โอนเงินในแอปธนาคารแต่ละบัญชีมาไว้ในบัญชีเดียว และให้โอนต่อไปบัญชีบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกรมสอบสวนพิเศษ เป็นจำนวน 25,000 บาท แต่โชคดียังไม่ได้ทำการโอนเงิน จนกระทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจเมืองกำแพงเพชร เข้ามาช่วยได้ทันเวลา