วันที่ 11 พ.ย. 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ผู้อำนวยการสืบสวนจับกุม พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ผู้ควบคุมสั่งการชุดปฏิบัติการขยายผลยาเสพติด ภ.5, บก.สส.ภ.5 สำนักงาน ป.ป.ส. ประสานงานร่วมกับ กก.สืบสวน ภ.จว.เชียงราย ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย เข้าจับกุมผู้ต้องหา 5 คน ตรวจยึดยาบ้า 66 กระสอบ รวมประมาณ 10 ล้านเม็ด พร้อมรถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ได้ที่โกดังแห่งหนึ่ง เขตพื้นที่บ้านห้วยปลากั้ง-บ้านน้ำลัด ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 พ.ย. 68
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด่านตรวจห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ 1 คัน ยาบ้า ประมาณ 10 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในตู้ลำโพง ได้ขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย จากการสืบสวนขยายผลพบว่ามี นายกฤชร์ณชัย อายุ 40 ปี ชาว อ.เทิง จ.เชียงราย เป็นผู้ควบคุมสั่งการนำยาเสพติดเข้าประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ
และมีนายวิเทน ผู้ต้องหาตามหมายจับคดี 10 ล้านเม็ด ของ สภ.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ กับพวก เป็นผู้ดำเนินการเช่าโกดังในพื้นที่ จ.เชียงราย ซุกซ่อนยาเสพติด ลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
ชุดขยายผลยาเสพติด ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5, ภ.จว.เชียงราย บูรณาการร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส. สืบสวนขยายผลประกอบกับได้รับแจ้งจากสายลับ จนสืบสวนพบว่ากลุ่มเครือข่ายดังกล่าว ได้เช่าโกดังบริเวณถนนระหว่างสี่แยกห้วยปลากั้ง-บ้านน้ำลัด ข้างร้าน 7-11 ชุมชนน้ำลัด ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ซุกซ่อนยาเสพติดลำเลียงเข้าไปกับโซฟา จึงทำการสืบสวนขยายผลเรื่อยมา
ต่อมาเมื่อวันที่ 9-10 พ.ย. 68 พบว่ามีรถยนต์บรรทุกเข้าออก และมีบุคคลเข้าออกบริเวณโกดัง จนวันที่ 10 พ.ย. เชื่อว่าบริเวณโกดังดังกล่าวได้ทำการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในโซฟา เพื่อเตรียมการลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงทำการปิดล้อมจับกุม สามารถจับกุมตัว นายชุมพร อายุ 35 ปี, นายพินิจ อายุ 29 ปี, นายวรพล อายุ 25 ปี และ นายพัฒนากร อายุ 22 ปี และจับกุมนายวิเทน อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ 5 ได้บริเวณห้องพักในโรงแรมต้นกก ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย
เจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในโกดัง พบยาบ้า จำนวน 66 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในโซฟา 34 ตัว ตัวละ 1-3 กระสอบ จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อไป