วันที่ 24 ตุลาคม 2569 สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคกลาง ร่วมกับ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสมาพันธ์ผู้ประกอบการทัวร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ บริเวณวัดปากน้ำภาษีเจริญและร้านอาหารย่านใกล้เคียง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสสายสืบเกี่ยวกับผู้ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบหญิงไทย ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวเอ (นามสมมุติ) กำลังทำหน้าที่บรรยายและนำท่องเที่ยวกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยมอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้นและขอดูบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าตนเองไม่มีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (บัตรไกด์) แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีในความผิดฐาน ทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นมัคคุเทศก์ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2559 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้รู้ว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย แต่ยังลักลอบรับงานพานักท่องเที่ยวมาลงพื้นที่วัดปากน้ำภาษีเจริญมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง นอกจากนี้ ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ เส้นทางการได้งาน ที่ผู้ต้องหารับงานผ่านการประสานงานจากบริษัทนำเที่ยวสัญชาติไทยแห่งหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับช่วงต่อ (Sub-agent) ดึงงานมาจากแพลตฟอร์มจองท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลก (Online Travel Agency หรือ OTA) ที่มีชื่อเสียงอีกทอดหนึ่ง

สำหรับเหตุการณ์นี้สร้างความหวั่นวิตกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวสากลเป็นอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเตรียมขยายผลกวาดล้างอย่างเร่งด่วน โดยเร่งสอบสวนเอาผิดบริษัทนำเที่ยวสัญชาติไทยที่เป็นผู้จ้างวาน ในข้อหาร่วมกันสนับสนุนหรือจ้างวานบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตมาปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์ เพื่อสกัดกั้นขบวนการและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือในระดับสากลต่อไป