วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วย ส.ต.อ.เรวัต สุขสอาด, ส.ต.ท.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ, ส.ต.ท.เอกราช แอบมณี และ ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ชาว อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.637/2569 ลงวันที่ 24 มิ.ย. 2569 ในข้อหา สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน, สนับสนุนการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด โดยจับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการได้รับการติดต่อจากชายไม่ทราบชื่อ อ้างว่ามีงบประมาณ 50,000 บาท ต้องการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ พร้อมแอดไลน์โดยใช้ชื่อว่า อาจารย์ปอ ก่อนตกลงซื้อขายคอมพิวเตอร์ในราคา 48,500 บาท ต่อมาเมื่อสร้างความคุ้นเคยจนผู้เสียหายไว้วางใจแล้ว อาจารย์ปอได้ออกอุบายเพิ่มเติมว่าต้องการสั่งซื้อโต๊ะอีก 50 ชุด รวมมูลค่า 190,000 บาท จากเพจ แอลทูบี เอ็นจิเนียริ่ง แต่เนื่องจากเคยมีปัญหากับเพจดังกล่าว จึงไม่สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ และขอให้ผู้เสียหายช่วยประสานงานและสั่งซื้อสินค้าแทน พร้อมส่งบัญชีไลน์ของเพจดังกล่าวมาให้ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและติดต่อไปตามช่องทางที่ได้รับ มิจฉาชีพได้เสนอราคาสินค้าชุดละ 17,500 บาท พร้อมเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า 20% ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารชื่อ นายบี (นามสมมติ) เป็นเงิน 115,000 บาท
หลังจากนั้นฝ่ายที่อ้างว่าเป็นร้านค้าได้เรียกร้องให้โอนเงินเพิ่มอีก 82,500 บาท โดยอ้างว่าเงินมัดจำยังไม่เพียงพอ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินครบรวม 197,500 บาท และพยายามติดต่ออาจารย์ปอเพื่อทวงถามเงินคืน กลับถูกบ่ายเบี่ยงและบล็อกช่องทางการติดต่อในที่สุด ผู้เสียหายจึงทราบว่าถูกหลอกลวง ก่อนแจ้งความออนไลน์ผ่านสายด่วน 1441 และเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุม นายเอ (นามสมมติ) ได้ ก่อนจัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอ (นามสมมติ) ให้การรับสารภาพว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารให้เพื่อนที่รู้จักด้วยตนเอง ณ สาขาธนาคาร โดยได้รับค่าตอบแทนเพียง 1,000 บาทเท่านั้น และไม่คิดว่าบัญชีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่นจนสร้างความเสียหายเป็นเงินหลักแสนบาท
อย่างไรก็ตาม ตำรวจคอมมานโด กก.4 บก.ปพ. ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และประชาชนทั่วไปให้เพิ่มความระมัดระวังมิจฉาชีพที่แสร้งติดต่อสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนออกอุบายขอให้ช่วยสั่งซื้อสินค้าจากร้านอื่น พร้อมจูงใจด้วยส่วนต่างของราคา โดยย้ำว่าไม่ควรโอนเงินมัดจำหรือโอนเงินแทนบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ควรตรวจสอบตัวตนของคู่สัญญาโดยตรงและรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่าไม่ควรรับจ้างเปิดบัญชีหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำบัญชี บัตรเอทีเอ็ม หรือแอปพลิเคชันธนาคารไปใช้ เพราะอาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิด และมีโทษหนักตามกฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากตกเป็นเหยื่อให้รีบติดต่อธนาคาร หรือโทรสายด่วน AOC 1441 เพื่ออายัดบัญชีและแจ้งความดำเนินคดีทันที พร้อมย้ำเตือนว่า อย่าเชื่อ อย่าโอน ก่อนตรวจสอบ และอย่าเปิด อย่าให้ใครใช้บัญชี เพราะอาจต้องคดี