ข่าวภูมิภาค

บุกจับโฮสเทลริมแม่น้ำปิง! รวบชาวฝรั่งเศสเปิดที่พักเถื่อนนานกว่า 5 ปี

|
บุกจับโฮสเทลริมแม่น้ำปิง! รวบชาวฝรั่งเศสเปิดที่พักเถื่อนนานกว่า 5 ปี

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 08.30 น. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเข้าตรวจค้น Mapping Hostel (แมปปิ้ง โฮสเทล) ภายในอาคารพาณิชย์เลขที่ 68 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับข้อมูลว่ามีการประกอบกิจการที่พักรายวันโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินี

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ โชติกลาง รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.พงษ์พิเชษฐ์ นิลจันทร์ รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผกก.2 บก.ทท.2 และ พ.ต.ท.มกรา ศรีสกุลพิสุทธิ์ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.2 โดยมอบหมายให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.นิธิภัทร์ บุลมาก สว.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.2 และ พ.ต.ท.ภัทรพล บุญเกษม สว.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.2 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ร.ต.ท.พัฒนวงษ์ ทองทวี ร.ต.ท.ชรินทร์ ธิอ้าย ร.ต.ต.วรรณชัย ยาวังเสน ร.ต.ต.ทวีเกียรติ ด่านตระกูล รอง สว.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.2 ด.ต.ศราวุฒิ แก้วควงสม จ.ส.ต.สุนทร สุนทรแดนไพร และ จ.ส.ต.สรนันท์ โชติจิราภิรมย์ เข้าดำเนินการตามหมายค้นศาลแขวงเชียงใหม่ที่ ค.41/2569 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569

การตรวจค้นเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกวาดล้างอาชญากรรม 10 กลุ่มต้องห้ามของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งครอบคลุมความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กฎหมายคนเข้าเมือง การทำงานของคนต่างด้าว อาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดในลักษณะนอมินี โดยก่อนหน้านี้ชุดจับกุมได้รับข้อมูลจากสายลับว่า Mapping Hostel มีพฤติการณ์เข้าข่ายเปิดกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทางเพื่อรับนักท่องเที่ยวเข้าพักเป็นรายวัน อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าผู้เป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริงอาจเป็นชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นขอหมายค้นจากศาลแขวงเชียงใหม่

เมื่อเดินทางไปถึง เจ้าหน้าที่พบอาคารพาณิชย์สีครีม 2 คูหา สูง 2 ชั้น ด้านหน้าติดสติกเกอร์ชื่อ Mapping Hostel พร้อมแขวนโคมไฟล้านนาหลากสี ตรงกับข้อมูลจากการสืบสวน โดยสถานที่ดังกล่าวยังเปิดให้บริการตามปกติและประตูด้านหน้าไม่ได้ล็อก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบ นางสาว ก. (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ชาวอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แสดงตัวเป็นผู้จัดการและผู้ดูแลสถานที่

ภายหลังเจ้าหน้าที่อ่านหมายค้นให้ฟัง นางสาว ก. (นามสมมติ) ยอมรับว่าเป็นสถานที่ตามหมายค้นจริง พร้อมให้ข้อมูลว่าโฮสเทลแห่งนี้เปิดให้บริการมานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

จากการตรวจค้นภายในอาคารชั้น 1 พบโต๊ะต้อนรับและห้องพัก 9 ห้อง รวม 14 เตียง ส่วนบริเวณด้านหลังซึ่งติดกับแม่น้ำปิง มีกระท่อมสำหรับพักผ่อนอีก 4 หลัง ขณะเข้าตรวจสอบพบกลุ่มนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติกำลังนั่งพักอยู่ โดยนักท่องเที่ยวให้ข้อมูลว่าจองที่พักผ่านเว็บไซต์จองโรงแรมออนไลน์ ในราคา 3-4 ยูโรต่อเตียงต่อคืน หรือประมาณ 120-140 บาท

ส่วนอาคารชั้น 2 พบห้องพักอีก 3 ห้อง รวม 13 เตียง และมีนักท่องเที่ยวเข้าพักอยู่มากกว่า 10 คน เมื่อนับรวมทั้งอาคาร พบว่ามีห้องพักทั้งหมด 12 ห้อง รวม 27 เตียง

ต่อมา ผู้ดูแลได้ติดต่อเจ้าของกิจการ คือ นาย จ. (นามสมมติ) อายุ 51 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งถือหนังสือเดินทางเลขที่ 24xxxxx และวีซ่าประเภท DTV ที่หมดอายุในปี 2570 เมื่อเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นและดำเนินการสอบถามผ่านล่ามภาษาอังกฤษ คือ นางสาว อ. (นามสมมติ) โดยระบุว่านาย จ. (นามสมมติ) สามารถสื่อสารและเข้าใจภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

ตรวจเอกสารบริษัท พบข้อสงสัยใช้คนไทยถือหุ้นแทน

จากการตรวจสอบเอกสารของเจ้าหน้าที่ พบหนังสือรับรองนิติบุคคลของบริษัท XX จำกัด ทะเบียนเลขที่ 05055XXXXXXXX ระบุชื่อ นางสาว ข. (นามสมมติ) เป็นผู้ถือหุ้น 51% จำนวน 20,400 หุ้น และนาย จ. (นามสมมติ) ถือหุ้น 48% จำนวน 19,200 หุ้น

อย่างไรก็ตาม นาย จ. (นามสมมติ) ให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ โดยยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ดำเนินกิจการ บริหารงาน รวมถึงรับผลกำไรและขาดทุนแต่เพียงผู้เดียวมานานกว่า 5 ปี ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม หรือใบอนุญาตสำหรับสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามกฎหมาย

นอกจากนี้ นาย จ. (นามสมมติ) ยังให้การว่า ในขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคล ตนได้ให้นางสาว ข. (นามสมมติ) และนางสาว ค. (นามสมมติ) ซึ่งเป็นภรรยา เข้ามาร่วมจดทะเบียนบริษัทเพื่อให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายไทยเท่านั้น โดยนางสาว ข. (นามสมมติ) ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการ ไม่เคยได้รับเงินปันผลหรือผลกำไรใด ๆ และตนเองเคยพบกับนางสาว ข. (นามสมมติ) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่นำไปประกอบการตรวจสอบพฤติการณ์เข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี

ยึดของกลาง 5 รายการ แจ้งข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภายหลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางรวม 5 รายการ ได้แก่

1.สมุดบันทึกการเข้าพักและการชำระเงินสีม่วง พร้อมสำเนา จำนวน 1 เล่ม

2.ใบเสร็จการจองห้องพักออนไลน์จากแพลตฟอร์มจองโรงแรมออนไลน์ จำนวน 3 ฉบับ

3.นามบัตร Mapping Hostel จำนวน 2 ใบ

4.สำเนาหนังสือรับรองทะเบียนนิติบุคคล บริษัท ซุเมง จำกัด จำนวน 1 ฉบับ

5.สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ซ XXX จำกัด จำนวน 1 ฉบับ

จากนั้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหานาย จ. (นามสมมติ) ในความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมหรือสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังขอให้พนักงานสอบสวนขยายผลตรวจสอบความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่ามีการกระทำผิดในลักษณะนอมินีหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องตามมาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พร้อมแจ้งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News