เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 พล.อ.นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้เร่งตรวจสอบและติดตามการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน กรณีพบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำและไหลปนเปื้อนน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
โดยมอบหมายชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน สนธิกำลังร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบหาต้นตอและเร่งระดมแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เบื้องต้นพบร่องรอยน้ำชะกากอุตสาหกรรมและสารปนเปื้อนไหลออกจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมและพื้นที่กำจัดบำบัดของเสียของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด ซึ่งถูกน้ำท่วมขังสูงกว่าระดับท้องนาถึง 3 เมตร
จากการตรวจสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีได้ออกคำสั่งตามมาตรา 35 (4) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้บริษัทฯ ชี้แจงสภาพโรงงานและมาตรการป้องกันน้ำชะกากอุตสาหกรรมรั่วไหล พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจทันที พบว่าน้ำท่วมขังภายในบริเวณโรงงานทั้งส่วนโรงงานลำดับที่ 105 ซึ่งดำเนินกิจการคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย และโรงงานลำดับที่ 106 ซึ่งผลิตน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วหรือสารทำละลายผ่านกรรมวิธีทางอุตสาหกรรมเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน ทำเชื้อเพลิงผสม ซ่อมและล้างบรรจุภัณฑ์ บดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และทำอิฐบล็อก อิฐตัวหนอนจากสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย
ขณะที่ภายนอกโรงงานพบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำเป็นวงกว้าง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีจึงออกคำสั่งตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง ให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน โดยปิดคลุมหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมทั้งหมดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายสู่ภายนอก พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำชะกากอุตสาหกรรมจากโรงงาน 105 และน้ำปนเปื้อนบริเวณถังบรรจุของเสียจากโรงงาน 106 รวม 4 ตัวอย่าง รวมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำปนเปื้อนภายนอกโรงงานอีก 2 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำที่ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก กรมโรงงานอุตสาหกรรม
นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายให้นำทีมลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดแก้ไขปัญหา โดยวางแนวทางดำเนินงาน 3 ระยะ สำหรับระยะเร่งด่วน ได้จำกัดการแพร่กระจายด้วยการติดตั้งทุ่นกักน้ำมัน หรือ Oil Boom และฉีดพ่นสารลดแรงตึงผิว หรือ Surfactant บริเวณที่มีคราบน้ำมันลอย เพื่อให้น้ำยาดึงคราบสกปรก ไขมัน หรือน้ำมันแยกออกจากน้ำ จากนั้นใช้แผ่นดูดซับน้ำมันซับบริเวณที่ฉีดพ่น ก่อนเก็บกู้แผ่นดูดซับดังกล่าว พร้อมสร้างคันกั้นด้วยกระสอบทรายรอบจุดต้นตอน้ำมัน
โดยให้คันกั้นสูงกว่าระดับน้ำ ส่วนระยะที่ 2 หลังระดับน้ำลดลง จะสำรวจตรวจสอบพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งภายในและภายนอกโรงงาน ควบคุมเข้มมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ และบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟื้นฟูความเสียหายต่อไป ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้อำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ออกคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดและปรับปรุงแก้ไขทันที พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน ลงบันทึกประจำวัน และร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ด้านนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีประสานการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้สั่งระงับการรับกากอุตสาหกรรมของโรงงานแล้ว จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จตามข้อสั่งการทั้งหมด ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเร่งจัดการต้นตอคราบน้ำมันและสารปนเปื้อนโดยเร็ว หากประชาชนพบโรงงานกระทำผิดกฎหมาย ปล่อยน้ำเสีย ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม หรือส่งกลิ่นเหม็นรบกวน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม โทร. 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง