ข่าวภูมิภาค

ปภ. ออกแจงเหตุ หลังปั๊มปตท.บ้านผือ ถูก BM-21 ไม่เข้าเกณฑ์เยียวยาจากรัฐ

|
ปภ. ออกแจงเหตุ หลังปั๊มปตท.บ้านผือ ถูก BM-21 ไม่เข้าเกณฑ์เยียวยาจากรัฐ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ยื่นร้องเรียนต่อประธานกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบภัยจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทวงถามเงินเยียวยาจากรัฐบาล ภายหลังได้รับผลกระทบจากเหตุภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

ปภ. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า ร้านสะดวกซื้อภายในสถานีบริการน้ำมันได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่า 3,056,016 บาท โดยบริษัททิพยประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้วจำนวน 1,000,000 บาท และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 2,056,616 บาท ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมันสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568

ส่วนร้านสะดวกซื้อภายในสถานีบริการน้ำมันได้รับความเสียหายรวม 14,894,034 บาท ซึ่งบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความช่วยเหลือแล้วจำนวน 9,000,000 บาท และสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บครบถ้วนแล้ว โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น 58,589,265 บาท ขณะที่ผู้บาดเจ็บจำนวน 12 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือรวม 4,643,800 บาท

งบประมาณที่ใช้ในการช่วยเหลือมาจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกันสังคม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และรายจ่ายงบกลาง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568

ทั้งนี้ กรณีผู้เสียชีวิต ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 8,000,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บและผู้ทุพพลภาพ ได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 400,000-8,000,000 บาท หรือเฉลี่ยรายละ 100,000-800,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ

ในส่วนของสถานีบริการน้ำมันที่ได้ยื่นคำขอรับการเยียวยาเพิ่มเติมผ่านจังหวัดศรีสะเกษ เป็นจำนวน 3,348,624 บาท จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี นั้น สำนักนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

ผลการประชุมมีมติส่งเรื่องกลับไปยังจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากคำขอดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกองทุน เพราะเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินที่ใช้ประกอบธุรกิจ ซึ่งได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัย รวมถึงได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทต้นสังกัดแล้ว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันว่า ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการเยียวยาและการดูแลอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมในทุกกรณี

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News