วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า กลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอแหลมสิงห์ เข้าแจ้งความร้องเรียน หลังอ้างว่าบุตรหลานซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 รวมเกือบ 20 คน ถูกครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ลงโทษด้วยความรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยใช้ไม้เคาะทุเรียนที่ดัดแปลงปลายสวมยางพลาสติกหวดก้นนักเรียนคนละ 16-50 ครั้ง เนื่องจากไม่ส่งงานหรือทำการบ้านผิด ส่งผลให้เด็กหลายคนมีอาการก้นเขียวช้ำ เจ็บปวดจนนอนไม่ได้ และเกิดความหวาดกลัวไม่อยากไปโรงเรียน
หนึ่งในผู้ปกครอง เปิดเผยว่า หลานชาย 2 คน ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.4 และ ป.5 ถูกครูคนเดียวกันลงโทษ โดยเด็กชั้น ป.4 ถูกตี 16 ครั้ง ส่วนเด็กชั้น ป.5 ถูกตีถึง 50 ครั้ง เพราะไม่ส่งงาน หลังเกิดเหตุเด็กทั้งสองมีสภาพจิตใจย่ำแย่ ผู้ปกครองจึงรวมตัวเข้าแจ้งความที่ สภ.แหลมสิงห์ เพื่อขอใบส่งตัวตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแหลมสิงห์ ระหว่างนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เดินทางไปพบผู้ปกครองที่โรงพัก เพื่อกล่าวขอโทษและชี้แจงเหตุการณ์ แต่ผู้ปกครองเห็นว่าการลงโทษครั้งนี้รุนแรงเกินสมควร จึงไม่ยินยอมยุติเรื่อง พร้อมเตรียมเข้าพบโรงเรียนในวันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อขอความชัดเจน
ด้าน ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.5 ยอมรับว่าตนไม่ส่งงานวิชาคณิตศาสตร์จริง แต่เห็นว่าการถูกตีถึง 50 ครั้งเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป พร้อมระบุว่าเพื่อนร่วมชั้นอีก 13 คน ถูกตีคนละ 16 ครั้ง และตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนเคยถูกครูลงโทษด้วยการตีมาแล้วประมาณ 20 ครั้ง โดยทุกครั้งครูจะกำชับว่า ห้ามร้องไห้ ห้ามหลบ หากฝ่าฝืนจะถูกตีเพิ่ม ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดจนก้นบอบช้ำและนอนไม่ได้ ขณะเดียวกัน แม่ของนักเรียนชั้น ป.5 อีกคน ซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกชายถูกตีจนก้นเขียวช้ำ แต่ไม่กล้าแจ้งความเพราะเกรงว่าจะไม่มีทางสู้ เนื่องจากเป็นคนต่างด้าว ก่อนตัดสินใจเตรียมดำเนินการให้ลูกลาออกจากโรงเรียน
ด้าน นางสาวเสาวนีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ได้รับทราบเรื่องตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และได้เรียกนักเรียนกับผู้ปกครองบางส่วนเข้าพูดคุย พร้อมสั่งให้ครูผู้สอนจัดทำรายงานข้อเท็จจริงเสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ยืนยันว่าการเดินทางไปพบผู้ปกครองที่โรงพักเป็นเพียงการกล่าวขอโทษและอธิบายเหตุผล ไม่ได้มีเจตนาขอไม่ให้ดำเนินคดี ส่วนกรณีครูเดินทางไปพบผู้ปกครองที่เป็นแรงงานต่างด้าวนั้น เป็นเพราะเด็กได้รับบาดเจ็บมากกว่ารายอื่น จึงต้องการไปขอโทษเป็นการส่วนตัว โดยไม่มีเจตนาข่มขู่ พร้อมนัดผู้ปกครองของนักเรียนทุกคนที่ได้รับผลกระทบเข้าประชุมร่วมกันในวันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป