วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ปิยบุตร แสงกนกกุล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul-ปิยบุตร แสงกนกกุล เพื่อแสดงความอาลัยต่อการจากไปของนายวราวุธ วุฒิ หรือ ตู่ อายุ 68 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 พรรคก้าวไกล หลังประสบอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อชนรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยระบุว่าเพิ่งทราบข่าวและรู้สึกเสียใจ เศร้าใจ และใจหายอย่างมาก

ปิยบุตรกล่าวถึงนายวราวุธว่า เป็นบุคคลที่เขาเรียกว่า พี่ตู่ ขณะที่น้องๆ ที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่เรียกว่า น้าตู่ โดยพี่ตู่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และเป็นผู้ปฏิบัติงานทางการเมืองในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีอย่างขยันขันแข็งและมุ่งมั่น ต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ในลำดับท้ายๆ
หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ พี่ตู่ได้ร่วมเดินทางต่อกับพรรคก้าวไกล และลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ในการเลือกตั้งปี 2566 โดยได้รับคะแนน 23,031 คะแนน อยู่ในอันดับ 2 และมีคะแนนตามหลังผู้สมัครอันดับ 1 ประมาณ 5,000 คะแนน ต่อมาเมื่อพรรคก้าวไกลถูกยุบ พี่ตู่ก็ยังทำงานการเมืองต่อกับพรรคประชาชน โดยเป็นกำลังสำคัญในการทำงานเบื้องหลัง การสร้างพรรค และงานมวลชนใน จ.สุราษฎร์ธานี
ปิยบุตรระบุว่า ตลอดเวลาที่รู้จักและทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน เขาเคารพนับถือแนวทางการทำงานและความมุ่งมั่นของพี่ตู่เป็นอย่างมาก โดยพี่ตู่ให้ความสนใจปัญหาเรื่องที่ดิน การกระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ตลอดจนปัญหาราคายางพาราและราคาปาล์มน้ำมัน นอกจากนี้ ยังร่วมรณรงค์ในประเด็นอื่นๆ ทั้งการสร้างสวัสดิการและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกัน พี่ตู่มักแสดงความเชื่อมั่นและความหวังว่า การเมืองภาคใต้จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมเรียกร้องให้ตนเองและเพื่อนร่วมงานเพิ่มความเข้มข้นในการทำงานด้านความคิดและงานมวลชนให้มากขึ้น ปิยบุตรยังกล่าวว่า แม้ไม่ต้องสืบค้นประวัติ ก็สามารถรับรู้ได้จากการแสดงความคิดเห็นของพี่ตู่ในที่ประชุมว่าเป็นผู้ศึกษาและยึดถือแนวคิดลัทธิมาร์กซ์และวิภาษวิธีทางประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้ทั้งคู่สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนานอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ยังเล่าให้ปิยบุตรฟังว่า พี่ตู่เคยนำที่ดินผืนเล็กๆ ของตนเองไปขายหรือจำนอง เพื่อนำเงินมาใช้เป็นงบประมาณในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2566 เนื่องจากมีทรัพยากรจำกัด ไม่สามารถจัดหาทีมงาน รถ ป้ายหาเสียง หัวคะแนน หรือเงินทุนได้มากมายเหมือนผู้สมัครรายอื่น จึงใช้แรงกายของตนเองลงพื้นที่เดินเคาะประตูบ้านและตามชุมชนต่างๆ เพื่อพูดคุยและรณรงค์แนวคิดกับประชาชน
ปิยบุตรเปิดเผยด้วยว่า การพบกันครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29-30 สิงหาคม ที่ จ.นครศรีธรรมราช ในงานสัมมนาคณะทำงานจากทุกจังหวัดในภาคใต้ ซึ่งพรรคประชาชนจัดขึ้นและเชิญเขาไปบรรยายในหัวข้อ ยุทธศาสตร์/ยุทธวิธี พันธมิตร/แนวร่วม โดยทุกครั้งหลังวิทยากรบรรยายจบ พี่ตู่มักแสดงความคิดเห็นในวงเสวนา ซึ่งเขาตั้งใจรับฟังอยู่เสมอ เพราะพี่ตู่สามารถนำแนวคิดวิภาษวิธีทางประวัติศาสตร์มาเชื่อมโยงกับการต่อสู้ทางการเมืองได้อย่างเข้าใจง่าย
ในงานสัมมนาครั้งนั้น พรรคประชาชนยังได้จัดอบรมการใช้เครื่องมือสื่อสารภายในพรรคที่เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ โดยพี่ตู่และอดีตสหาย พคท. ในพื้นที่ภาคใต้อีกหลายคนที่เข้าร่วมทำงานกับพรรค ต่างให้ความสนใจเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือดังกล่าวอย่างอดทนและตั้งใจ ปิยบุตรเล่าว่า เขาเคยหยอกล้อพี่ตู่ว่า เทคโนโลยีสื่อสารใหม่นี้มีประโยชน์ต่อการทำงานมวลชนและการจัดตั้งทางความคิด หากมีเครื่องมือเช่นนี้ในสมัยที่พวกพี่ๆ ต่อสู้ทางการเมืองอยู่ ก็น่าจะช่วยให้การจัดตั้งและขยายงานทำได้ง่าย รวดเร็ว และกว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมแสดงความยินดีที่นักต่อสู้รุ่นพี่ให้ความสนใจเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์
ก่อนแยกย้ายกันในวันนั้น พี่ตู่บอกปิยบุตรว่า จะกลับไปชวนผู้ปฏิบัติงานจัดงานเสวนาที่ จ.สุราษฎร์ธานี และขอเชิญเขาไปบรรยายอีกครั้ง
ปิยบุตรกล่าวอำลาว่า วันนี้พี่ตู่จากไปแล้ว แม้จะยังไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ก็ได้เห็นโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง พร้อมเชื่อว่าพี่ตู่ยังคงมีความคิดเช่นเดียวกับเขาและเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกหลายคนว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในไม่ช้า ขอเพียงทุกคนมุ่งมั่นลงมือทำงาน จัดตั้งผู้คน ความคิด และเครือข่ายให้มากขึ้น ก่อนลงท้ายข้อความด้วยการแสดงความเคารพนับถือและอำลาอาลัยแด่นายวราวุธ วุฒิ
สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2569 หน่วยกู้ภัยสมหวัง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุรถบรรทุกสิบล้อชนรถจักรยานยนต์ บริเวณแยกทางเข้าถนนโกเตง หมู่ 2 ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงประสานตำรวจหน่วยบริการประชาชนวัดประดู่เข้าตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่องทางขาออกมุ่งหน้าไป อ.พุนพิน พบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนสุราษฎร์ธานี จอดอยู่ โดยบริเวณกันชนด้านหน้ามีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีดำ ถูกชนจนล้มลง ส่วนผู้ขับขี่ทราบชื่อภายหลังคือ นายวราวุธ วุฒิ หรือ ตู่ อายุ 68 ปี นอนหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา