วันที่ 24 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการจัดการประชุมครั้งที่ 20 โดยมี นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร เป็นแกนนำสำคัญในการประชุมติดตามตรวจสอบวาระสำคัญด้านความมั่นคง ซึ่งการประชุมแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 404 และเวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 402 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
วาระที่น่าจับตามองและถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างเข้มข้น คือ วาระการพิจารณาศึกษาติดตามความคืบหน้าโครงการจัดซื้ออาวุธของกรมสรรพาวุธทหารบก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีการดำเนินการทั้งในรูปแบบการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) และวิธีเฉพาะเจาะจง (Specific Method) ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
จากเอกสารรายงานโครงการจัดซื้ออาวุธของกรมสรรพาวุธทหารบก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พบว่า มี โครงการผูกพันข้ามปีงบประมาณ (เริ่มใหม่) ปี 69 - 71 (FMS) ในการจัดหาอาวุธประจำกาย ขนาด 5.56 มม. (ปืนเล็กยาว M4 A1) แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก รวมวงเงินทั้งสิ้นกว่า 1.7 พันล้านบาท
ส่วนที่ 1 โครงการจัดหาอาวุธประจำกาย ขนาด 5.56 มม. (ปลย. M4 A1) จำนวน 7,722 กระบอก วงเงิน 376,656,000 บาท
ส่วนที่ 2 โครงการจัดหาอาวุธประจำกาย ขนาด 5.56 มม. (เพิ่มเติม) จำนวน 22,598 กระบอก วงเงิน 1,329,298,884 บาท
นอกจากงบผูกพันข้ามปีแล้ว กมธ.ทหาร ยังได้ตรวจสอบ แผนงานเพิ่มเติมระหว่างปีงบประมาณ 2569 ของกรมสรรพาวุธทหารบก และ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ซึ่งมีรายการจัดซื้อที่น่าสนใจ
โครงการจัดหาปืนเล็กยาวขนาด .22 นิ้ว (รุ่นเจเกอร์ และ M4-22) เพื่อสนับสนุนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) จำนวน 695 กระบอก วงเงิน 20,843,050 บาท
โครงการจัดหาเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 40 มม. อัตโนมัติ (ศปก.ทบ.) จำนวน 10 ชุด วงเงิน 60,000,000 บาท
โครงการจัดหาอากาศยานยุทธวิธี แบบพุ่งชนพลีชีพ (ศปก.ทบ.) วงเงิน 1,020,000 บาท จำนวน 3 รายการ ประกอบด้วย อากาศยานยุทธวิธี แบบพุ่งชน ขนาด 5 นิ้ว (สัญญาณแบบคลื่นความถี่) จำนวน 1 ระบบ
อากาศยานยุทธวิธี แบบพุ่งชน ขนาด 7 นิ้ว (สัญญาณแบบคลื่นความถี่) จำนวน 1 ระบบ และ อากาศยานยุทธวิธี แบบพุ่งชน ขนาด 13 นิ้ว (สัญญาณแบบ Fiber Optic) จำนวน 10 ระบบ
นอกเหนือจากการตรวจสอบงบประมาณจัดซื้ออาวุธของกองทัพบกแล้ว ในช่วงบ่าย กมธ.ทหาร ยังได้พิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรืออีก 2 ประเด็นสำคัญ
การพิจารณาศึกษาปัญหา ค่าพาหนะทหารกองประจำการของกองทัพเรือ ที่พบว่าทหารเกณฑ์ได้รับในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ โดยที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณาเพิ่มค่าพาหนะ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน
และพิจารณาการใช้ สนามบินทหารเรือสงขลา โดยได้มีการถกเถียงในประเด็นหลักเกณฑ์ และแนวทางการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ร่วมกันในสนามบินกองทัพเรือสงขลาระหว่างหน่วยงานทหารและผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสในการบริหารจัดการพื้นที่ด้านความมั่นคง
ทางคณะกรรมาธิการการทหาร ภายใต้การนำของนายราเชน ตระกูลเวียง จะมีการติดตามความคืบหน้าโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกระบวนการจัดซื้อด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตอบสนองต่อภารกิจด้านความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง