ข่าวการเมือง

ผอ.JIC สวนแผนที่ไม่ใช่คำพิพากษา ข้อกล่าวอ้างไม่ใช่เส้นเขตแดน ไทยพร้อมเปิดหลักฐานผ่านกลไกทวิภาคี

|
ผอ.JIC สวนแผนที่ไม่ใช่คำพิพากษา ข้อกล่าวอ้างไม่ใช่เส้นเขตแดน ไทยพร้อมเปิดหลักฐานผ่านกลไกทวิภาคี

วันที่ 22 กันยายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์กล่าวหาประเทศไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนว่า ประเทศไทยรับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่เรื่องเขตแดนไม่สามารถตัดสินได้จากการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำแผนที่ฉบับหนึ่งขึ้นมา แล้วประกาศว่านี่คือเส้นเขตแดนที่อีกฝ่ายต้องยอมรับทันที โดยแผนที่เป็นหลักฐานที่ต้องพิจารณา แต่แผนที่ไม่ใช่คำพิพากษา และข้อกล่าวอ้างของฝ่ายหนึ่งไม่ทำให้พื้นที่พิพาทกลายเป็นดินแดนของฝ่ายนั้นโดยอัตโนมัติ

ผอ.JIC ระบุว่า การพิจารณาเขตแดนต้องพิจารณาเอกสารทางกฎหมาย สนธิสัญญา หลักเขต ภูมิประเทศ กระบวนการสำรวจและปักปัน รวมถึงหลักฐานและท่าทีของทั้งสองประเทศอย่างครบถ้วน ไม่ควรเลือกหลักฐานเฉพาะส่วนที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตน แล้วนำไปสื่อสารต่อประชาคมระหว่างประเทศเสมือนเป็นข้อยุติแล้ว พร้อมกล่าวว่า หากทั้งสองฝ่ายต่างมีแผนที่ ต่างมีเอกสาร และต่างมีการตีความ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การแข่งขันกันออกแถลงการณ์ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ต้องนำหลักฐานเข้าสู่กลไกเขตแดนที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน

เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายกัมพูชาใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 สนับสนุนข้อกล่าวหา ผอ.JIC กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชามีสิทธินำเสนอหลักฐานของตน ขณะที่ประเทศไทยก็มีสิทธินำเสนอหลักฐานของไทย แต่การมีแผนที่อยู่ในมือไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายต้องยอมรับการตีความนั้นทั้งหมด โดยสิ่งสำคัญคือ แผนที่ฉบับไหน มีที่มาอย่างไร มีสถานะทางกฎหมายเพียงใด ใช้สัมพันธ์กับสนธิสัญญาและหลักเขตอย่างไร และทั้งสองฝ่ายเคยยอมรับหรือปฏิบัติต่อแผนที่นั้นอย่างไร ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องพิจารณาอย่างเป็นระบบ

ผอ.JIC กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชายังคงเผยแพร่ข้อกล่าวหาว่าไทยละเมิดอธิปไตย ขณะที่จุดยืนที่ไทยเคยประกาศคือปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรุกล้ำ ยืนยันการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และสนับสนุนการแก้ปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) พร้อมเตือนว่า ต้องระมัดระวังไม่ให้การสื่อสารทางการเมืองสร้างข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ขึ้นมาเอง เพราะ “เส้นที่วาดในข่าว ไม่ใช่เส้นเขตแดน และคำประท้วงทางการทูตไม่ใช่คำตัดสินเรื่องอธิปไตย” หากกัมพูชาเห็นต่างจากประเทศไทย ขอให้นำข้อมูล พิกัด แผนที่ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กลไกที่มีอยู่ โดยไทยพร้อมตรวจสอบด้วยข้อเท็จจริง

สำหรับคำถามว่าไทยกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนหรือไม่นั้น ผอ.JIC ตอบว่า “ประเทศไทยไม่ควรยอมรับสมมติฐานว่า ทุกพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างเป็นของกัมพูชาอยู่แล้ว แล้วการกระทำของไทยจึงกลายเป็นการรุกล้ำโดยอัตโนมัติ นั่นคือสิ่งที่ต้องพิสูจน์ผ่านหลักฐานและกลไกเขตแดนตั้งแต่ต้น” พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยไม่ขอให้ประชาคมระหว่างประเทศเลือกข้าง แต่ขอให้เลือกข้อเท็จจริง แผนที่ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ข้อกล่าวอ้างต้องพิสูจน์ด้วยกฎหมาย และเขตแดนต้องแก้ด้วยกลไกที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน ไม่ใช่ด้วยการประกาศฝ่ายเดียว

 

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News