วันที่ 22 กันยายน 2569 นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เบอร์ 2 เดินทางเข้าพบปะและให้กำลังใจสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ในโอกาสที่มีการประชุมหารือเกี่ยวกับ รายงานเกี่ยวกับคดีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด โดยมีสมาชิกสหกรณ์เข้าร่วมรับฟังและติดตามความคืบหน้าของคดีที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สมาชิกหลายรายได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินคดี รวมถึงการติดตามเงินและทรัพย์สินของสหกรณ์กลับคืนมา ด้านคณะกรรมการสหกรณ์ฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมติดตามสิทธิประโยชน์ของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับคดีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น มีหลายคดีและแต่ละคดีอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายที่แตกต่างกัน โดยหนึ่งในคดีสำคัญ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยพิพากษาจำคุกจำเลย 3 ราย คนละ 20 ปี และอีก 1 ราย จำคุก 10 ปี พร้อมมีคำสั่งเกี่ยวกับการชำระเงินคืนแก่สหกรณ์ ทั้งนี้ การดำเนินการในแต่ละคดียังคงต้องเป็นไปตามสิทธิและขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป นอกจากนี้ การหารือดังกล่าวยังมี ดร.ปรีดา บุญเพลิง จากพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการดูแลครู การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา และการสร้างระบบสนับสนุนให้ครูสามารถทำหน้าที่พัฒนาเด็กและเยาวชนได้อย่างเต็มศักยภาพ
นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับครูมาเป็นเวลานาน และภรรยาก็เป็นครู จึงเข้าใจถึงภาระ ความเหน็ดเหนื่อย และความรับผิดชอบที่คนเป็นครูต้องเผชิญ โดยเฉพาะครูในจังหวัดขอนแก่นที่ต้องรับมือกับปัญหาของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมาเป็นเวลาหลายปี พร้อมระบุว่า ผมผูกพันกับครูมานาน แม่บ้านผมก็เป็นครู ผมจึงเข้าใจหัวอกคนเป็นครูว่า ครูต้องเหนื่อย ต้องอดทน และต้องแบกรับอะไรไว้มากแค่ไหน ขณะเดียวกัน นายพงษ์ศักดิ์มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงตัวเลขในบัญชี แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตและความมั่นคงของครูและครอบครัว เพราะเงินที่สมาชิกนำมาฝากหรือสะสม ล้วนมาจากการทำงานตลอดชีวิต โดยกล่าวว่า เงินของครู คือเงินจากน้ำพักน้ำแรง
คือความมั่นคงของครอบครัว
คืออนาคตหลังเกษียณ
ความไว้วางใจที่ครูฝากไว้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการปกป้อง
นายพงษ์ศักดิ์ยังกล่าวถึงบทบาทขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นว่า เรื่องใดที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของ อบจ. พร้อมผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะครูในโรงเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. พร้อมระบุว่า อะไรที่อยู่ในอำนาจและความรับผิดชอบของ อบจ. ผมจะทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้ครูของเราทำงานได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีประสิทธิภาพ และมีความสุข และทิ้งท้ายว่า การพัฒนาการศึกษาจะมองเฉพาะตัวเด็กไม่ได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับ คนสร้างคน ด้วย เพราะครูคือบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังอนาคตของเด็กขอนแก่น โดยกล่าวว่า ถ้าอยากให้ลูกหลานขอนแก่นมีอนาคต เราต้องดูแลคนที่กำลังสร้างอนาคตให้พวกเขา
ดูแลครูวันนี้ เพื่อให้ครูสร้างคนขอนแก่น
และให้คนขอนแก่นออกไปสร้างอนาคตของประเทศ