วันที่ 18 ส.ค.69 เวลา 13.30 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้นำเอกสารหลักฐาน เดินทางเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ ส.ส.พรรคประชาชน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากกรณีการโพสต์ข้อความลง ในระบบสื่อสารออนไลน์เมื่อ 2 วัน ที่ผ่านมา และมีความหมายไปในลักษณะที่เกี่ยวข้อง หมิ่น หรือใส่ร้ายด้วยความเท็จต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งๆ ที่ "ไอซ์" ก็ถูกตัดสิน จากศาลชั้นต้น ให้จำคุก 6 ปี พรบ.คอม และผิดม. 112 และมีข้อจำกัดในการได้รับการประกันตัวจากศาล ที่ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาศาลอุทธรณ์
นายสนธิญา เปิดเผยว่า การเข้าแจ้งความในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากโพสต์ของ น.ส.รักชนก ซึ่งมีการนำคลิปและคำพูดของนายก อบต. ท่านหนึ่งที่กล่าวถึงคำว่า "ข้างบน" มาใช้ พร้อมกับมีการเพิ่มวลีและคำราชาศัพท์ (คำว่า "ตรัส") ต่อท้าย ซึ่งตามหลักการใช้ภาษาถือเป็นคำเฉพาะที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือพระพุทธเจ้าเท่านั้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการผูกมัดและแสดงเจตนาชี้ชัดถึงบุคคลที่ต้องการสื่อถึงอย่างชัดเจน โดยพฤติการณ์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับคดีเดิมในปี 2564 ที่ น.ส.รักชนก นำข้อความของผู้อื่นมาโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัว จนนำไปสู่การที่ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ในความผิดตาม มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ จึงมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกระบวนการยุติธรรม
นายสนธิญา ยังบอกด้วยว่า นอกจากดำเนินคดีที่ บก.ปอท. แล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ตนจะเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องต่อศาล ให้มีคำสั่ง เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว (ถอนประกัน) ของ น.ส.รักชนก เนื่องจากเห็นว่าการโพสต์ดังกล่าวเข้าข่ายผิดเงื่อนไขและข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อศาล ที่ห้ามเคลื่อนไหวหรือกระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีเดิมที่ถูกตัดสินไปแล้ว พร้อมเตือนไปยัง ส.ส. พรรคประชาชน ว่า การสร้างคดีเพิ่มไม่ได้ช่วยสร้างคะแนนนิยม แต่จะเป็นคดีความที่ติดตัวไปเรื่อยๆ จึงขอให้ระมัดระวังการใช้คำพูดและการโพสต์สื่อสังคมออนไลน์
ขณะเดียวกัน นายสนธิญา ยังตอบคำถามในประเด็นที่ถามว่า การมายื่นเรื่องอาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเพิ่มยอดวิวหรือ "เพิ่มราคา" ให้กับอีกฝ่ายนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ และพร้อมยอมรับหากถูกมองว่า "เสียรู้" เพราะสิ่งที่ทำนั้น ทำไปในฐานะประชาชนที่ต้องพิทักษ์ไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 และตนก็ไม่ได้หิวแสง และไม่มีประโยชน์อะไรแอบแฝง ที่ผ่านมาตนฟ้องคดีเกี่ยวกับ มาตรา 112 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 40–50 คดี ครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมายเมื่อพบเห็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงและชัดเจน