ข่าวการเมือง

โดนแล้ว! อดีตนายกเทศมนตรีย่านตาขาว คุก 6 ปี 18 เดือน ปมใช้รถหลวงส่วนตัว

|
โดนแล้ว! อดีตนายกเทศมนตรีย่านตาขาว คุก 6 ปี 18 เดือน ปมใช้รถหลวงส่วนตัว

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมพระยารัษฎา ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดตรัง นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จังหวัดตรัง ครั้งที่ 2/2569 ถึงความคืบหน้าคดีของ นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด กรณีนำรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาลไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเป็นประจำ พร้อมเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากงบประมาณของเทศบาล โดยเห็นว่ามีมูลความผิดทั้งทางอาญาและทางวินัยร้ายแรง ก่อนส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีตามกฎหมาย

ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 64/2568 และคดีหมายเลขแดงที่ 76/2568 โดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว จำเลยเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตการใช้รถยนต์ส่วนกลาง รวมถึงการเก็บรักษารถยนต์ราชการนอกสถานที่ และอนุมัติเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของเทศบาล ก่อนพบว่ามีการนำรถยนต์ส่วนกลางยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กค 5093 ตรัง ไปใช้เป็นพาหนะเดินทางระหว่างบ้านพักกับสำนักงานเป็นประจำทุกวัน รวมถึงนำไปจอดไว้บริเวณสมาคมชาวย่านตาขาวซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพัก ทั้งที่เทศบาลมีสถานที่จอดรถราชการอยู่แล้ว อีกทั้งยังใช้เดินทางไปร่วมงานสังคม งานประเพณี และกิจกรรมส่วนตัวต่าง ๆ เสมือนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล

ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน พร้อมอนุมัติและเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากงบประมาณของเทศบาลทุกครั้งที่มีการใช้รถ ส่งผลให้เทศบาลตำบลย่านตาขาวได้รับความเสียหายรวม 976,949.30 บาท แบ่งเป็นช่วงปี 2554-2555 จำนวน 47,361 บาท ช่วงปี 2555-2564 จำนวน 928,588.30 บาท และช่วงปี 2564-2566 จำนวน 1,000 บาท ศาลจึงวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต ฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 และเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายให้แก่ตนเอง อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและเทศบาลตำบลย่านตาขาว

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด กำหนดโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 3 กระทง เป็นโทษจำคุกทั้งสิ้น 6 ปี 18 เดือน โดยศาลเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรรอการลงอาญา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนายวุฒิชัยอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News