วันที่ 8 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา 15.00-17.30 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ พระราม 7 ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมด้วย นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ หรือ หน่อง ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลงพื้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยมีนักเรียนจำนวนมากเข้ามาขอถ่ายภาพ แข่งวิดพื้น ขอรับลายเซ็น และพูดคุยอย่างใกล้ชิดตลอดการลงพื้นที่

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายมงคลกิตติ์ได้ร่วมกิจกรรมกับนักเรียนและเยาวชนที่เดินทางมาจากหลายสถาบัน ทั้งนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและนักศึกษามหาวิทยาลัย พร้อมร่วมวิดพื้นแข่งขันกับกลุ่มเยาวชน ท่ามกลางเสียงเชียร์และความสนใจจากนักเรียนจำนวนมาก ก่อนร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับผู้ที่มารอต้อนรับ
นายภาสพงศ์ กล่าวว่า ภารกิจแรกของวันคือการเดินทางมาเยี่ยมนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แต่ในช่วงเช้าได้ลงพื้นที่เหตุเพลิงไหม้ชุมชนพระราม 6 ซอย 15 เพื่อติดตามสถานการณ์ โดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนซอยแคบ รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ต้องใช้รถดับเพลิงขนาดเล็กและรถกระบะดัดแปลงเข้าปฏิบัติการ

นอกจากนี้ แม้ในพื้นที่จะมีหัวจ่ายน้ำดับเพลิง 2 จุด แต่จุดที่อยู่ใกล้ชุมชนไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้อีกจุดหนึ่งในการสูบน้ำเข้าไปควบคุมเพลิง ส่งผลให้ใช้เวลาระงับเหตุประมาณ 3-4 ชั่วโมง เบื้องต้นมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 58 หลังคาเรือน
นายภาสพงศ์ ระบุว่า เหตุลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในพื้นที่ตรอกโพธิ์ ย่านเยาวราช เมื่อปี 2567 จึงตั้งคำถามถึงการเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานครด้านอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย พร้อมวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพง และโครงการทางเดินริมแม่น้ำที่ชาวชุมชนและมัสยิดบางอ้อร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบ

พร้อมย้ำว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญของกลุ่มกรุงเทพบินได้ คือการนำเทคโนโลยีรถยนต์บินได้ รวมถึงอากาศยานสำหรับภารกิจดับเพลิง ลำเลียงผู้ป่วย และช่วยเหลือผู้ประสบภัยเข้ามาใช้ เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ชุมชนแออัดและสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคต โดยเชื่อว่าจะช่วยลดความสูญเสียจากสาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยตามหลักเกณฑ์การเยียวยาของกระทรวงมหาดไทย หากบ้านเรือนได้รับความเสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินช่วยเหลือประมาณ 230,000 บาทต่อหลัง หากเสียหาย 30-70% จะได้รับประมาณ 70,000 บาท และหากเสียหายต่ำกว่า 30% จะได้รับประมาณ 15,000 บาท

จากการประเมินเบื้องต้น บ้านเรือนส่วนใหญ่ในจำนวน 58 หลัง น่าจะเข้าข่ายได้รับความเสียหายเกิน 70% คิดเป็นวงเงินเยียวยารวมกว่า 13 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครเร่งอนุมัติเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน จัดหาถุงยังชีพ เสื้อผ้า และที่พักชั่วคราวให้ผู้ประสบภัย รวมถึงเร่งฟื้นฟูและก่อสร้างบ้านเรือนขึ้นใหม่โดยเร็ว
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์แผ่นดินไหว โดยระบุว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะกายในเมียนมา และล่าสุดเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพมหานครต้องเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต

โดยเสนอว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนต่อไปต้องให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันและอพยพจากอาคารสูง เนื่องจากกรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อแรงสั่นสะเทือน พร้อมเสนอแนวคิดให้ตึกสูงกว่า 20 ชั้นมีระบบฝึกกระโดดร่มแบบ Base Jump และอาคารขนาดกลางใช้ระบบสไลเดอร์ฉุกเฉินเพื่ออพยพประชาชนในกรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการฝึกซ้อมรับมือภัยพิบัติอย่างจริงจังทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอาคารสูง เพื่อให้ประชาชนสามารถเอาตัวรอดได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ปรากฏชื่อของนายภาสพงศ์อยู่ในอันดับที่ 6 นายมงคลกิตติ์ ระบุว่าไม่เชื่อผลโพล และยังเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการการเปลี่ยนแปลง รวมถึงผู้บริหารที่สามารถแก้ปัญหาได้จริง
ในด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มกรุงเทพบินได้ยืนยันว่าจะเร่งแก้ปัญหาน้ำเสียในคลองสายหลักของกรุงเทพมหานคร ทั้งคลองแสนแสบ คลองทวีวัฒนา คลองประชากร คลองบางซื่อ และคลองสายต่าง ๆ เพื่อให้น้ำกลับมาสะอาดและสามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน จะใช้มาตรการเข้มงวดในการควบคุมฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะการตรวจสอบรถยนต์ดีเซล รถบรรทุก และแหล่งกำเนิดมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงบังคับใช้ระบบบำบัดน้ำเสียและระบบกรองมลพิษอย่างจริงจัง
นายมงคลกิตติ์ ยังเปิดเผยแนวคิดพัฒนา Bangkok Robot Park หรือสวนหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยจะรวบรวมไดโนเสาร์หุ่นยนต์และหุ่นยนต์รูปแบบต่าง ๆ กว่า 40-50 ชนิด ให้มหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบและพัฒนา เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของเมือง

พร้อมย้ำว่า เทคโนโลยีรถยนต์บินได้กำลังถูกพัฒนาในหลายประเทศทั่วโลก และเชื่อว่าจะเป็นอนาคตของระบบคมนาคมในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัด
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หากกลุ่มกรุงเทพบินได้เข้ามาบริหารกรุงเทพมหานครต่อเนื่องหลายปี จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งด้านการคมนาคม คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ ยังประกาศเดินหน้าปราบปรามการทุจริต โดยยกตัวอย่างกรณีเครื่องออกกำลังกายที่ตั้งราคากลางสูงเกินจริง การขุดลอกคูคลอง และการใช้งบประมาณในโครงการต่าง ๆ พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการระดับผู้อำนวยการเขตและผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หากมีผู้ผ่านคุณสมบัติครบถ้วนจำนวนมาก จะใช้วิธีจับสลากคัดเลือก เพื่อป้องกันระบบอุปถัมภ์หรือ ระบบอากงอาม่า
ช่วงท้าย นายมงคลกิตติ์ ขอให้ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก พร้อมเชิญชวนให้สนับสนุนนายภาสพงศ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7 ของกลุ่มกรุงเทพบินได้ โดยยืนยันว่าหากได้รับโอกาส จะเร่งสร้างผลงานให้ประชาชนเห็นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การคมนาคม การป้องกันภัยพิบัติ และการปราบปรามการทุจริตในกรุงเทพมหานคร
มุมข่าว รายงาน