วันที่ 25 พ.ย.2568 ชูวิทย์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ชื่อ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เกี่ยวกับสงครามสีเทา โดยระบุว่า

ทุนเทาเกาะกินทำลายทุกองคาพยพของระบบไทย ยิ่งทุนหนาอย่าง ทุนจีนเทา เคยทำได้ถึงขนาดเปิดผับค้ายา เสพไม่หมดฝากยาไว้เสพครั้งหน้าเหมือนฝาก..
ล่าสุดถึงคิว กรมคุก เรือนจำพิเศษกรุงเทพใจกลางกรุงแท้ๆ หาใช่เรือนจำบ้านนอกห่างไกล ดันมีบริการส่งผู้หญิงจีนบำเรอกาม สร้างสวรรค์ชั่วคราวให้นักโทษจีนคลายเหงาแก้เซ็งถึงในคุก กินหรูอยู่สบาย นักโทษวีไอพีไทยกลายเป็นเรื่องเล็ก
เมื่อเจอกินดื่มเคล้า..ของนักโทษวีไอพีจีนเทา เรื่องแดงขึ้นมาจากการ แทงหลังกันเอง หาใช่มีการร้องเรียนจากนักโทษในคุก เพราะการร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรทุกอย่างจากข้างในคุก ต้องถูกเซ็นเซอร์ จึงไม่มีทางหลุดออกจากแดนสนธยาไปถึงข้างนอกได้
เรื่องในคุกจะหลุดออกมาได้ต้องมี ไฟเขียวเท่านั้น แผนการวางงานโดนโละทั้งกระดาน พาลไปถึงเรือนจำคลองเปรม เรือนจำหญิงกลาง เรือนจำบำบัด รวมถึงการโละอำนาจเก่าไปสู่อำนาจใหม่ ทุนเทายังคงอยู่ไม่ไปไหน แค่รอเวลาคลื่นลมสงบก็กลับมาใหม่ อำนาจใดจะใหญ่กว่าอำนาจทุน แก่จนจะเข้าโลงยังไม่เคยเห็น ยิ่งเรื่องในคุก หากให้ตรวจกันเองก็เหมือนตำรวจสอบตำรวจ ผลออกมาได้แค่แสดงแอ็คชั่นขึงขัง สร้างภาพไปตรวจ
จากนั้นตั้งกรรมการสอบรายชื่อยาวเป็นหางว่าว ปล่อยไปสัก 1-2 เดือน ให้เรื่องเงียบ จะให้ปราบจริงจังไม่มีทางเกิดขึ้นได้ มีแต่ในหนังซีรี่ย์ ไม่ใช่เรื่องจริงที่จะมีในประเทศไทย ต่อไปทุนเทาจะหนักกว่าเก่า เพราะเป็นทุนหนาว่ากันเป็นระดับ ห้อง ไม่ใช่ระดับ กิโล ยิ่งช่วงใกล้เลือกตั้ง ทุนเทาคงได้เปิดห้องขนกันเพลิน ห้องใครใหญ่กว่าคือผู้ชนะ
เรื่อง แบ่งกันคนละครึ่ง ตามนโยบายรัฐบาลไม่มี มีแต่ผู้ชนะคือผู้ที่ไม่แบ่งใคร อุดมการณ์ถูกเอาไปเร่ขาย นโยบายเป็นเพียงแค่ไม้ประดับข้างรั้วให้ดูดี โบกไม้โบกมือยกมือไหว้บนรถหาเสียง แต่ถึงเวลาจริง คือ ทุนเทาทำงานจ่ายอย่างงาม ใครทุนน้อยหลีกทางไป ไม่มีใครเอาทุนตัวเองมาเล่นการเมือง เหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปงัดไม้ซุง ต้องเอาทุนเทามาเกทับ สงครามสีเทาจึงลามเข้าไปทุกภาคส่วนของประเทศไทย เป็นสงครามที่คนไทยไม่มีวันชนะเสียด้วย