วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตร การป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยมี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พลเอก อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนหนึ่งของการปาฐกถาเปิดหลักสูตรว่า การประชุมของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวานนี้ได้มีการประเมินสถานการณ์โดยละเอียด ซึ่งในวันนี้เป็นวันลงนามใน ปฏิญญา ร่วมกับประเทศคู่ข้อตกลง แต่ปรากฏว่าฝ่ายที่ลงนามกับไทยกลับไม่ปฏิบัติตามที่ตกลงไว้
นายอนุทินกล่าวว่าเมื่อคุณไม่ปฏิบัติตาม ผมก็ไม่รู้จะเปรียบเทียบอย่างไร คงต้องร้องเพลง My Way แบบของผม อย่างพี่เล็ก พี่หยอย พี่ปู จะให้มานั่งโต๊ะคุยกันก็ตะขิดตะขวงใจ เพราะหลัก 4 ข้อที่ตกลงไว้ คุณไม่ทำ

แต่เราทำครบทุกข้อ เราต้องการให้เกิดสันติภาพโดยเร็วที่สุด แต่เมื่อคุณไม่ทำ ก็กลับมาทำใหม่ไม่ได้แล้ว
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ประเทศไทยต้องยึดมั่นในผลประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก พร้อมกล่าวถึงท่าทีด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศว่า
ต่อจากนี้จะเจรจาการค้าภาษีอย่างไรก็ไม่สนแล้ว ถ้าขายประเทศนี้ไม่ได้ ก็ต้องไปหาประเทศอื่น ภาคเอกชนต้องร่วมมือกัน เพราะเราไม่อาจฝากอนาคตไว้กับประเทศใดประเทศหนึ่งได้ หากอีกฝ่ายใช้ภาษีมากดดันเราก็ไม่เป็นไร ประเทศอื่นก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน

นายอนุทินกล่าวต่อว่า หากภาษีต่างประเทศสูงขึ้นมากจนถึงระดับ 100% ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือผู้บริโภค พร้อมเสนอให้คนไทยหันมาสนับสนุนสินค้าในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด
เราต้องอยู่ให้ได้ด้วยศักยภาพของเราเอง และสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย