วันที่ 23 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับมอบเงิน-สิ่งของ จากชมรมการประสานงานข่าวกับผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หรือ ชมรม ปขบ.ทบ. เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาทหารและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และแสดงความขอบคุณเหล่าทหารกล้าที่เสียสละปกป้องแผ่นดินไทย

ต่อมาได้มีการตอบคำถาม โดย แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า วันนี้นอกจากมารับสิ่งของจากผู้ที่มีน้ำใจแล้ว ยังถือเป็นการเข้าประชุม ที่กองทัพบกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นปกติทุกเดือน จะต้องมาประชุมรายงานสถานการณ์ให้ ผบ.ทบ. ทราบแบบนี้อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งต่อไปก็เป็นหน้าที่ของแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ตนยืนยันจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดจนถึงวันสุดท้ายคือวันที่ 30 ก.ย. 68นี้
สำหรับสถานการณ์ ชายแดนตอนนี้ยังคงพบการละเมิดหยุดยิงของกัมพูชา ทั้งเรื่องการยั่วยุ บินโดรน วางทุ่นระเบิดล้ำเขตแดน ซึ่งยังคงดำเนินการเก็บสถิติตลอดเวลา ส่วนแนวทางการตอบโต้ นอกจากการยื่นหนังสือประท้วง ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตามสภาพแวดล้อม ตามห้วงเวลา เช่นเดียวกับพื้นที่ปราสาทตาควาย ที่ฝ่ายกัมพูชายังคงอยู่ในตัวปราสาท ซึ่งทหารไทยเกาะอยู่ตามขอบปราสาทฯ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่หากสภาพแวดล้อมเอื้อ พร้อมกับทำการประท้วงเพราะยืนยันว่าพื้นที่ปราสาทตาควายเป็นของไทย

มีความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ ว่า อยากจะให้ดำเนินการตอบโต้หรือปะทะครั้งที่สอง ในส่วนนี้ก็เป็นความคิดของคนในพื้นที่ แต่การดำเนินการจะต้องเป็นไปตามสภาพแวดล้อมและสถานการณ์
แม่ทัพตอบคำถาม ถึงผลงานที่เราได้ทำหากคิดเป็นคะแนน 100 คะแนนเต็ม แม่ทัพภาคสองให้คะแนนตนเองเท่าไหร่ ซึ่งพล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ไม่ทราบครับ นักเรียนทำข้อสอบให้คะแนนตัวเองไม่ได้ ต้องให้อาจารย์เป็นผู้ให้คะแนน แต่แล้วใครคืออาจารย์ผมก็ไม่ทราบ

พล.ท.บุญสิน กล่าวต่อว่า เราถือว่าเป็นโอกาสได้ช่วยเหลือประเทศชาติโดยหน้าที่ทหารอยู่แล้ว ซึ่งทำมาตั้งแต่เรียนจบมาแล้ว และเราก็ทำต่ออีก เพื่อให้พี่น้องคนไทยได้รับรู้ว่าเราทำถูกต้องแล้วในการดูแลประเทศชาติ การส่งธงแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยัน มั่นใจว่า แม่ทัพคนใหม่มีความหนักแน่น ความรับผิดชอบที่ผู้บังคับบัญชามอบให้เขาก็ทำเหมือนเดิมเหมือนที่ผมทำ เมื่อถึงเวลาตัดสินใจก็ต้องทำมั่นใจในฝีมือ