หลังศาลอาญามีคำพิพากษา ยกฟ้อง พิ้งกี้ สาวิกา พร้อมคุณแม่สรินยา และพี่ชาย กิตติเชษฐ์ ในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย และล่าสุดคุณแม่กับพี่ชายได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว ล่าสุดมีการเปิดเผยถึงขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงสิทธิในการขอรับเงินเยียวยาที่หลายคนให้ความสนใจ

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า หลังมีคำพิพากษา พนักงานอัยการโจทก์จะต้องพิจารณาก่อนว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ หากอัยการไม่อุทธรณ์ จะต้องส่งเรื่องให้อธิบดี DSI พิจารณาตามกฎหมาย และหากมีความเห็นแย้งว่าควรอุทธรณ์ เรื่องจะถูกส่งต่อให้ อัยการสูงสุด เป็นผู้มีคำสั่งชี้ขาด
ขณะที่ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีและโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยถึงสิทธิการช่วยเหลือเยียวยาจำเลยในคดีอาญาว่า แม้ศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้องโดย ยกประโยชน์แห่งความสงสัย ก็ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิในการยื่นขอรับเงินเยียวยา แต่ต้องรอให้คดีถึงที่สุดเสียก่อน
โดยคณะกรรมการจะพิจารณารายละเอียดจากคำพิพากษาประกอบว่า จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจริงหรือไม่ หากเข้าเกณฑ์ก็สามารถยื่นขอรับการช่วยเหลือได้
สำหรับสิทธิที่จำเลยอาจได้รับ กรณีไม่เสียชีวิต
คุณสมบัติผู้มีสิทธิ
-เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ
-ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี
-มีหลักฐานชัดเจนว่าไม่ได้กระทำผิด (ถอนฟ้อง หรือ ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ได้กระทำผิด)
รายการค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายที่ได้รับ
- ค่าทดแทนการถูกคุมขัง: วันละ 500 บาท (คำนวณจากจำนวนวันที่ถูกคุมขังจริง)
- ค่ารักษาพยาบาล: เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 80,000 บาท
- ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ: เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 50,000 บาท
- ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้: คิดตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดที่ทำงาน
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี: เช่น ค่าทนายความ (ตามอัตราที่กำหนด) และค่าใช้จ่ายอื่นไม่เกิน 20,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิจะต้องยื่นคำขอ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลสุดท้ายมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยสามารถยื่นเรื่องได้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถานทั่วประเทศ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของ พิ้งกี้ สาวิกา คุณแม่ และพี่ชาย ขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนว่าฝ่ายอัยการจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาสิทธิและเงินเยียวยาต่อไป