ข่าวบันเทิง

ชัดเจนมาก! เผยความสัมพันธ์ วิลลี่ แมคอินทอช กับ อดีตเพื่อนสนิท

|
ชัดเจนมาก! เผยความสัมพันธ์ วิลลี่ แมคอินทอช  กับ อดีตเพื่อนสนิท

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 วิลลี่ แมคอินทอช นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง เปิดใจผ่านรายการ เลี้ยงชีพ PODCAST ของ โกบอย ถึงแนวคิดในการใช้ชีวิต ประสบการณ์จากการทำธุรกิจ รวมถึงมุมมองเกี่ยวกับมิตรภาพในอดีต หลังผ่านบทเรียนสำคัญที่ทำให้เปลี่ยนวิธีคิดและการทำงานในปัจจุบัน

วิลลี่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแทบไม่ได้เปิดบริษัทร่วมหุ้นกับใครเหมือนในอดีต เพราะรู้สึกสบายใจกับการทำธุรกิจในรูปแบบที่ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง และเข็ดกับความไม่แน่นอนของการทำธุรกิจร่วมกับผู้อื่น

วิลลี่ กล่าวว่าผมคิดว่า มันน้อยซะจนไม่ต้องพูดถึงแล้ว ตอนนี้มันสบายไปแล้ว มันทำให้เราไม่ได้อยากเข้าระบบในการหุ้นกันอะไรเยอะแยะมากมาย เพราะว่าถ้าเราเปลี่ยนได้ขนาดนี้ คนอื่นก็เปลี่ยนได้ ทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีอะไรที่มันเปลี่ยนใจไม่ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อไม่มีอะไรแน่นอนก็ไม่เปิดบริษัท ไม่ค่อยหุ้นไม่ค่อยอะไร

แต่ผมมีบริษัทหนึ่งที่ถือ 100% เอาไว้รับงานบันเทิง ก็จ่ายภาษีไปปกติ อันนี้ผมตัดสินใจ 100% เพราะเป็นของผม แต่ถ้าให้ผมไปหุ้นหรือไปทำอะไรกับใคร ผมว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน ไอ้สาระแนแฟร์ฟู้ด ก็ทำเป็นโปรเจกต์ ทำแค่นี้แบ่งตัง ทำแค่นี้แบ่งตัง ไม่ได้แบบว่าต้องตั้งบริษัทขึ้นมา มีกรรมการ มี MD ไม่ต้องไปตั้งเฉพาะกิจ ทำเป็นงานๆ จบไป จบงานแล้วก็แยกย้าย แบบนี้ดีกว่า

เพราะว่า 1 คือ เราผิดหวังเพราะเราคาดหวัง ถ้าเราไม่คาดหวังเราก็จะไม่ผิดหวัง เราไปล็อกใครคนใดคนหนึ่งบนโลกใบนี้ให้เป็นแบบที่เราต้องการไม่ได้ มันผิดตั้งแต่แรก วันแรกที่เราหุ้นกัน รักกันอย่างจะจูบปาก แต่วันที่เราทะเลาะกัน และความเห็นไม่ตรงกัน และมันมีข้ออ้างอื่นๆ อีกเป็นล้าน ซึ่งเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ วิลลี่ยังถูกถามถึงโอกาสในการกลับไปร่วมงานกับอดีตเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งในอนาคต ซึ่งเจ้าตัวตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่ดีกว่า เพราะไม่ต้องการรื้อฟื้นเรื่องในอดีตจนกลายเป็นกระแสสังคมอีก

วิลลี่ กล่าวว่าก็ไม่ดีกว่า เพราะว่าไปรื้อฟื้นของเก่าไง คือเราขี้เกียจมานั่งเป็นกระแส ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งกระแสนั้นในการทำมาหากิน ทุกคนอยู่ดีหมดแล้ว อยู่ดีหมดแล้วก็อยู่กันไป คือชีวิตเรามันเดินเส้นคู่ขนาน วงจรชีวิตเราช่วงหนึ่งเคยเจอกันทุกวันๆ แต่พอช่วงหนึ่งมันหายไป

เพราะฉะนั้นอย่าไปคาดหวัง เดี๋ยวผิดหวัง มีเวลาค่อยเจอ ไม่กดดัน ผมว่าดีที่สุด เจอก็เจอ ไม่เจอก็ไม่เป็นไร แต่ว่า ณ ตอนเนี้ยผมว่าทุกคนไปได้ดี ทุกคนมีชีวิตของตัวเองเราก็จำแต่สิ่งดีๆ ในอดีตกันไว้ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องนั่งกระตุ้น ผมไม่ได้คิดว่าเราจำเป็นต้องมาเจอกันเพื่อหาแสง เรามีแสงอยู่ในตัวอยู่แล้ว ก็อยู่กันไปแบบนั้นแหละ สบายๆ

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News