วันที่ 15 มีนาคม 2569 เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ โกมลเสน พร้อมด้วย ชินา ชินาภา สมบัติเจริญ, ร็อคกี้ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ, ดิ๊งค์ กมลชนก สมบัติเจริญ และแพตตี้ สิตาภา สมบัติเจริญ อดีตภรรยาและลูกๆ ของสุรชัย สมบัติเจริญ ศิลปินนักร้องชื่อดัง ออกมาเปิดใจพร้อมกันเป็นครั้งแรก ท่ามกลางกระแสดรามาครอบครัว หลังจากมีการหย่าร้างและเปิดตัวภรรยาคนใหม่ ก่อนจะเกิดการโพสต์โต้ตอบกันอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ ถึงขั้นมีการไล่ให้ลูกเปลี่ยนนามสกุล

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกในฐานะแม่ เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ เปิดเผยว่า พฤติกรรมหรืออารมณ์ลักษณะนี้ของเขา ตนเห็นมาตลอดเป็นระยะๆ
เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ เล่าว่า ตั้งแต่มีคนเข้ามาทักว่าพ่อไปเป็นชู้ ตนก็ไม่สามารถนำเรื่องนี้ไปพูดหรือปรึกษากับลูกได้ เพราะรู้ว่าหากลูกได้ยินคงรู้สึกเสียใจ จึงเลือกเก็บเรื่องทั้งหมดไว้คนเดียว กระทั่งสุดท้ายต้องหย่ากับพ่อ เนื่องจากเหตุผลที่เขาไปกับหญิงชู้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟังอย่างจริงจัง เพราะรู้ดีว่ามันอาจทำร้ายจิตใจของลูก นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ตัดสินใจพูดถึงเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่เคยพูดสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับพ่อให้ลูกฟัง เพื่อให้ลูกเกลียดหรือไม่รักพ่อ

เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการจดทะเบียนกับผู้หญิงอีกคนมานานถึง 40 ปี ตนไม่เคยทราบไทม์ไลน์นี้มาก่อน โดยช่วงแรกมีนักข่าวติดต่อมาบอกว่ามีชาวต่างชาติคนหนึ่งต้องการเปิดเผยเรื่องศิลปินไทยที่ไปมีความสัมพันธ์กับภรรยาของเขา แต่นักข่าวคนนั้นไม่อยากทำข่าว เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน จึงอยากให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น
เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ เล่าต่อว่า หลังจากนั้นตนได้ติดต่อพูดคุยกับชาวต่างชาติคนดังกล่าวผ่านทางอีเมล ซึ่งเขาได้แนะนำครอบครัวของตัวเอง และเล่าพฤติกรรมหลายอย่างที่เขาเชื่อว่าเป็นการไปมีความสัมพันธ์กับภรรยาของเขา รวมถึงมีการจ้างนักสืบติดตาม พร้อมส่งหลักฐานบางส่วนมาให้ดู ทั้งอีเมลและจดหมาย อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ที่มีคนมาเปิดประตูบ้านเข้ามานั่งไขว่ห้างอยู่ภายในบ้านด้วย ทำให้ตนไม่ถามอะไรเพิ่มเติม เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันก็มีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว

เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่ได้รับผ่านอีเมล ชาวต่างชาติคนดังกล่าวเล่าว่า ภรรยาของเขาเคยมีบุตรมาก่อนกับสามีชาวเอลซาวาดอร์ จากนั้นจึงมาจดทะเบียนสมรสกับเขา เมื่อมีลูกด้วยกัน แต่ลูกกลับใช้นามสกุลสมบัติเจริญ จึงทำให้เขาไม่พอใจ และได้ให้ผู้หญิงคนนั้นฟ้องหย่ากับสุรชัย โดยอ้างเหตุว่าติดต่อไม่ได้และทิ้งร้าง ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่สุรชัยเคยใช้ยื่นฟ้องหย่ากับตน
เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับเรื่องการจดทะเบียนสมรสที่ถูกอ้างว่ามานานกว่า 40 ปีนั้น ตนไม่เคยรู้มาก่อน ขณะที่สุรชัยเพิ่งหย่ากับตนไปได้เพียงประมาณ 2 ปี ช่วงเวลานั้นตนจำได้ว่ามีลูกด้วยกันแล้ว 3 คน และเขาเพิ่งเริ่มเดินทางไปสหรัฐอเมริกา แต่ตนไม่ได้เดินทางไปด้วย หากเป็นช่วงปี 2523-2524 จริง ก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะช่วงนั้นเขายุ่งมากจนแทบไม่มีเวลานอน บางครั้งถึงกับต้องนอนในรถ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เขากำลังมีชื่อเสียงอย่างมาก รวมถึงเผชิญเหตุการณ์อันตรายหลายครั้ง ทั้งการถูกยิงและถูกลอบวางระเบิด และในเวลานั้นก็น่าจะยังไม่มีวีซ่าไปอเมริกาด้วยซ้ำ
เรียบเรียงโดย มุมข่าว