ข่าวเศรษฐกิจ

ไขข้อสงสัย ประกันสังคม จ่าย 875 บาท ผู้ประกันตนได้สิทธิอะไรบ้าง

|
ไขข้อสงสัย ประกันสังคม จ่าย 875 บาท ผู้ประกันตนได้สิทธิอะไรบ้าง

วันที่ 25 มกราคม 2569 น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับจากการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเป็นประจำทุกเดือน โดยผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้าง ขณะที่นายจ้างสมทบในอัตราเดียวกัน และรัฐบาลร่วมสมทบอีก 2.75% รวมเป็นเงินสมทบจากทั้ง 3 ฝ่าย คิดเป็นอัตรา 12.75% เพื่อใช้จ่ายสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนทั้ง 7 กรณี

น.ส.กาญจนา ระบุว่า เงินสมทบดังกล่าวถูกนำไปดูแลผู้ประกันตนในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน โดยเงินสมทบสูงสุดอยู่ที่เดือนละ 875 บาท คำนวณจากเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท ซึ่งเป็นการจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อคุ้มครองผู้ประกันตนในทุกช่วงชีวิต

สำหรับการจัดสรรเงินสมทบใน 4 กรณีพื้นฐาน ใช้เงินจำนวน 262.50 บาท ครอบคลุมกรณีเจ็บป่วยที่สามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่จำกัดวงเงิน กรณีคลอดบุตรซึ่งจ่ายเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท และผู้ประกันตนหญิงยังได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรสูงสุด 26,250 บาท กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนตลอดชีวิตสูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน และกรณีเสียชีวิตได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท รวมถึงเงินสงเคราะห์กรณีตาย สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป

ในส่วนกรณีว่างงาน ใช้เงินสมทบจำนวน 87.50 บาท ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน ขณะที่เงินสมทบในส่วนของเงินออมชราภาพและเงินสงเคราะห์บุตร ใช้เงินจำนวน 525 บาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด โดยนำไปใช้สำหรับเงินสงเคราะห์บุตรอายุไม่เกิน 6 ปี ในอัตรา 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน และเงินชราภาพในรูปแบบบำเหน็จหรือบำนาญ ทั้งนี้ นายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว ทำให้มีเงินสมทบสะสมรวม 1,050 บาทต่อเดือน

น.ส.กาญจนา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่ผู้ประกันตนทุกคนต้องจ่ายเงินสมทบในอัตราสูงสุด 875 บาทต่อเดือน หากผู้ประกันตนมีค่าจ้างต่ำกว่า 17,500 บาท จะจ่ายเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น ผู้ที่มีค่าจ้าง 10,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบเดือนละ 500 บาท เป็นต้น

นอกจากนี้ น.ส.กาญจนา กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกันตนบางรายอาจรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า เนื่องจากไม่เคยใช้สิทธิรักษาพยาบาลหรือไม่มีภาระครอบครัว โดยชี้แจงว่า แม้ผู้ประกันตนจะไม่เจ็บป่วยหรือไม่เคยใช้สิทธิ กองทุนประกันสังคมก็ยังจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายให้แก่โรงพยาบาลคู่สัญญาเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงและให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆ เลย ยังสามารถอุ่นใจได้ว่าจะมีเงินออมกรณีชราภาพดูแลในยามเกษียณ และหากผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทที่มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย รวมถึงเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน ถือเป็นหลักประกันให้กับครอบครัวในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด

ที่ผ่านมา ในช่วงสถานการณ์วิกฤตต่างๆ กองทุนประกันสังคมได้เข้ามาดูแลผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง เช่น ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างปี 2562-2565 ได้จ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนทั้งกรณีเจ็บป่วยและกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยอันเนื่องมาจากการปิดสถานประกอบการตามคำสั่งรัฐ รวมเป็นเงินกว่า 268 ล้านบาท รวมถึงในเหตุอุกทกภัยช่วงปี 2567-2568 ที่ได้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานสุดวิสัย เป็นเงินมากกว่า 10 ล้านบาท

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News