ข่าวเศรษฐกิจ

ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทอง (Gold) ร่วง

|
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทอง (Gold) ร่วง

อัตราดอกเบี้ย สูงขึ้น / ดอกเบี้ยแท้จริง (real interest rate) เพิ่ม

- เมื่อ Federal Reserve หรือธนาคารกลางประเทศใหญ่เพิ่มอัตราดอกเบี้ย ทำให้พันธบัตร/เงินฝากให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งทำให้การถือทอง (ซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ย) มีเสน่ห์น้อยลง

- นอกจากนี้ เมื่อดอกเบี้ยสูงสกุลเงินของประเทศนั้นมักแข็งค่า ซึ่งทำให้ทองซึ่งอิงดอลลาร์สหรัฐนั้นถูกลงในสกุลเงินอื่น

ค่า USD แข็งค่า

- เนื่องจากทองคำมักถูกอ้างอิงเป็นดอลลาร์เมื่อดอลลาร์แข็งค่า – ทองคำในสกุลเงินอื่นจะถูกกว่า ส่งผลให้ความต้องการลดลง

- ยิ่งไปกว่านั้น ดอลลาร์แข็งมักสะท้อนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้สินทรัพย์เสี่ยง (หรือสินทรัพย์ “ปลอดภัย” แบบทอง) ถูกลดความสนใจ

แรงขายทำกำไร (Profit-taking) / สภาพตลาด “ร้อน” เกินไป
- หากราคาทองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกขายล็อกกำไร ทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคา
- พร้อมทั้งมีสัญญาณทางเทคนิคว่า “ซื้อเยอะเกินไป” (over-bought) ทำให้การเทขายเกิดขึ้นเร็วและรุนแรง

ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง / ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย
- ทองคำมักถูกใช้เป็น “หลบภัย” (safe-haven) เมื่อมีความไม่แน่นอน เช่น สงคราม, ภาวะเงินเฟ้อ, ความตึงเครียดทางการค้า … แต่หากสถานการณ์เหล่านี้เริ่มคลี่คลาย ผู้คนอาจกลับไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น → ส่งผลให้ความต้องการทองลดลง
- ตัวอย่างเช่น หากมีข่าวดีเกี่ยวกับการค้าระหว่าง United States กับ China หรือเศรษฐกิจโลกมีท่าทีฟื้น ตัวเลือกในการถือทองอาจลดลง

อัตราเงินเฟ้อลดลง / เศรษฐกิจดีขึ้น
- เมื่อเงินเฟ้อชะลอตัว ความจำเป็นในการถือทองเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ (inflation hedge) ก็ลดลง
- เมื่อเศรษฐกิจดูดี นักลงทุนอาจไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น ซึ่งลดความต้องการทองลง


อุปทานเพิ่มขึ้น / ความสนใจอื่นเพิ่มขึ้น
- ถึงแม้จะไม่ใช่ปัจจัยหลักในช่วงนี้ แต่มักถูกพูดถึงว่า ถ้าเหมืองทองผลิตเพิ่ม หรือมีทองสำรองเยอะขึ้นก็สามารถกดราคาได้
- อีกประเด็นคือ “ทองคำอาจเหนื่อย” (gold fatigue) นักลงทุนอาจหันไปหาทรัพย์สินอื่น เช่น Platinum, Bitcoin หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ

ABOUT THE AUTHOR

B

ทีมข่าว Siam News