ข่าวอาชญากรรม

รู้แล้วปมเดือด! เปิดชนวนเหตุ นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกกระหน่ำแทงดับคาบ้าน

|
รู้แล้วปมเดือด! เปิดชนวนเหตุ นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกกระหน่ำแทงดับคาบ้าน

วันที่ 1 กันยายน 2569 ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญที่ นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถูกแทงเสียชีวิต ขณะที่ นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยา ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายภายในบ้านพัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ชนวนเหตุเบื้องต้นมาจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างการพูดคุยเรื่องโครงการโคกหนองนา ก่อนบานปลายกลายเป็นเหตุรุนแรง

จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายหลักทรัพย์และนายพิภพ มีวัฒนะ อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ เทศบาลตำบลตาลเดี่ยว ได้นั่งพูดคุยกันบริเวณโรงจอดรถภายในบ้านพัก ซึ่งใช้เป็นพื้นที่รับแขก ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. จนถึงช่วงเวลาประมาณ 21.40 น. โดยมีการหารือเกี่ยวกับโครงการโคกหนองนา กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

เบื้องต้น นายพิภพให้การรับสารภาพว่า ระหว่างการพูดคุยเกิดความไม่ลงรอยกันอย่างหนัก จนเกิดอารมณ์โมโห ก่อนจะหยิบมีดปลายแหลมที่วางอยู่บนโต๊ะภายในจุดเกิดเหตุ ใช้แทงนายหลักทรัพย์หลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงแน่นิ่ง

ระหว่างนั้น นางสมจิตร ซึ่งอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงความผิดปกติจึงเดินออกมาดู ก่อนพบสามีถูกทำร้าย ผู้ก่อเหตุจึงหันมาใช้อาวุธมีดแทงนางสมจิตรได้รับบาดเจ็บอีกคน ทำให้เธอต้องรีบวิ่งหนีเข้าไปหลบภายในตัวบ้านเพื่อเอาชีวิตรอด

หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์เก๋ง HONDA ACCORD สีดำ ทะเบียน กม 306 เพชรบูรณ์ หลบหนีออกจากพื้นที่ ขณะที่นายหลักทรัพย์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

ภายหลัง พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ สารภูษิตสันต์ ผกก.สภ.หล่มสัก พร้อมชุดสืบสวน ได้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิด จนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน กระทั่งเมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 31 สิงหาคม นายพิภพได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.หล่มสัก

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าต้นเหตุของเหตุการณ์มาจากความขัดแย้งระหว่างการพูดคุยเรื่องโครงการโคกหนองนา ซึ่งนำไปสู่การโต้เถียงอย่างรุนแรง ก่อนจะขาดสติและลงมือก่อเหตุ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย พร้อมควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวเพิ่มเติมต่อไป

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News