ข่าวอาชญากรรม

ครูภาษาไทยพูดแล้ว! หลังถูกโยงปมเด็ก 14 ก่อเหตุสลดในโรงเรียน

|
ครูภาษาไทยพูดแล้ว! หลังถูกโยงปมเด็ก 14 ก่อเหตุสลดในโรงเรียน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งนักเรียนชายชั้น ม.3 อายุ 14 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงภายในโรงเรียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงก่อนเกิดเหตุยังได้ก่อเหตุยิงปู่และย่าของตนเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมและก่อให้เกิดคำถามถึงปัจจัยที่อาจอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจก่อเหตุของผู้ก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เฟซบุ๊ก พุทธ อภิวรรณ ได้นำเสนอข้อมูลจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงมุมมองจากครู ผู้ปกครอง ญาติ และบุคคลใกล้ชิด เพื่อสะท้อนภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ก่อเหตุในช่วงก่อนเกิดเหตุ

ข้อมูลจากคนขับรถตู้ที่รับส่งนักเรียนในวันเกิดเหตุ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีท่าทีสงบตามปกติ ไม่ได้แสดงอาการผิดสังเกตหรือมีพฤติกรรมที่บ่งชี้ว่าจะก่อเหตุรุนแรง ขณะที่นักเรียนบนรถส่วนใหญ่ไม่ได้มีการพูดคุยกันมากนัก ทำให้ไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนในขณะนั้น

ด้านญาติของนักเรียนที่โดยสารรถตู้คันเดียวกัน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุไม่ได้มีพฤติกรรมผิดปกติอย่างเด่นชัด แต่จากการพูดคุยภายในครอบครัว เคยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเด็กอาจเผชิญความกดดันทั้งเรื่องการเรียนและเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าประเด็นใดเป็นสาเหตุโดยตรงของการก่อเหตุ

ขณะที่ผู้ปกครองของนักเรียนบางรายให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุเคยบ่นกับเพื่อนว่าไม่อยากเรียนต่อที่โรงเรียนแห่งนี้ โดยเป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบ เก็บตัว และไม่ค่อยเปิดเผยปัญหาให้คนรอบข้างรับรู้ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการเข้าถึงความช่วยเหลือทางจิตใจภายในสถานศึกษา

ในอีกด้านหนึ่ง พ่อของนักเรียนผู้เสียชีวิตรายที่ 9 เปิดใจว่า แม้จะสูญเสียลูกสาวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ไม่ต้องการกล่าวโทษผู้ก่อเหตุ โดยมองว่าเด็กอาจกำลังเผชิญปัญหาบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่เคยรับรู้ พร้อมฝากถึงโรงเรียนและครูให้เปิดพื้นที่รับฟังนักเรียนมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต

ส่วนแม่ของผู้ก่อเหตุได้เปิดเผยข้อความสนทนาครั้งสุดท้ายกับลูก ซึ่งมีคำว่า ขอบคุณ ปรากฏอยู่ในบทสนทนา พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้งลูกหรือปล่อยให้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง อีกทั้งไม่ทราบที่มาของอาวุธปืนที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุ พร้อมกล่าวขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งหมด

สำหรับประเด็นเรื่องการใช้อาวุธ ผู้เกี่ยวข้องกับสนามบีบีกันใกล้บ้านของผู้ก่อเหตุออกมายืนยันว่า ไม่เคยพบเด็กคนดังกล่าวเข้ามาใช้บริการ พร้อมขอให้สังคมแยกแยะระหว่างกิจกรรมกีฬาและการก่อเหตุรุนแรง โดยย้ำว่าสนามมีมาตรการควบคุมการใช้งานอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน อดีตนักเรียนของโรงเรียนรายหนึ่งได้ออกมาเล่าประสบการณ์ว่า เคยเผชิญปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน และเคยร้องเรียนต่อครูหลายครั้ง แต่รู้สึกว่าไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงจัง จนต้องอดทนอยู่กับปัญหาด้วยตนเอง ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบรับเรื่องร้องเรียนและการดูแลนักเรียนในสถานศึกษา

ด้าน ครูอรสา ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย ซึ่งเคยสอนผู้ก่อเหตุในระดับชั้น ม.2 ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก โดยยืนยันว่าการเรียนการสอนไม่ได้มีลักษณะกดดันนักเรียน และมีการปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนในบางช่วง พร้อมระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียนอาจไม่ตรงกับข้อสันนิษฐานบางส่วนที่สังคมกำลังตั้งคำถาม

ครูอรสากล่าวว่า หน้าที่ของครูคือการส่งเสริมให้นักเรียนเติบโตเป็นคนดีของสังคม และเชื่อว่าการรับฟังเด็กอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว โรงเรียน และสังคม เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต

ทั้งนี้ สาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยข้อมูลจากบุคคลรอบข้างทั้งหมดถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ช่วยสะท้อนบริบทชีวิตของเด็กเท่านั้น และยังไม่สามารถนำมาใช้สรุปสาเหตุของเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนในขณะนี้

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News