ข่าวโซเชียล

จ่อเชือด! ดร.ณัฎฐ์ ลุยคดีอาญา สมชัย-ไอติม ปมบัตรเลือกตั้ง

|
จ่อเชือด! ดร.ณัฎฐ์ ลุยคดีอาญา สมชัย-ไอติม ปมบัตรเลือกตั้ง

วันที่ 30 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บริษัท AURELIEN GROUP และบริษัทในเครือ AG กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติกรณีบัตรเลือกตั้งแบบบาร์โค้ด 8 ต่อ 1 และกรณีบัตรเลือกตั้งแบบคิวอาร์โค้ด 9 ต่อ 0 โดยวินิจฉัยในสาระสำคัญว่าการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุถึงประเด็นบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อว่าไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ โดยการรักษาความลับของการลงคะแนนอยู่ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กำกับควบคุม ทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566

เจ้าตัวระบุว่า ตนเองทำหน้าที่เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนให้แก่ฝ่าย กกต. ผู้ถูกร้องทั้งสอง และให้ความเห็นตามหลักวิชาการ โดยระบุว่าตนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายมหาชนจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำวิจัยดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง สส. โดยตรง ระหว่างการศึกษายังเคยลงพื้นที่ศึกษาระบบการเลือกตั้งในประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี รวมถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินเดีย เพื่อศึกษาว่า กกต.ของแต่ละประเทศมีรูปแบบการจัดการเลือกตั้งและการใช้บัตรเลือกตั้งอย่างไร

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีการใช้รหัสบนบัตรเลือกตั้งว่า ในหลายประเทศมีการใช้ระบบลักษณะดังกล่าวมาเป็นเวลานานและมีการรักษาความลับของการลงคะแนน รวมถึงสิงคโปร์ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า เขาใช้กันมาตั้งนานแล้ว เป็นความลับ รวมถึงสิงคโปร์ แต่บ้านเรา มีกลุ่มพวก ละครลิง ปั่นป่วนการเลือกตั้งซ่อมและไปปั่นหัวประชาชน โดยเฉพาะพรรคส้ม

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ดร.ณัฐวุฒิกล่าวถึงการทำงานของ สส.ในพื้นที่ว่า ขณะนี้ น้ำท่วม กทม. สส.พรรคส้มทั้ง 33 เขต หายหัวไปไหน ดีแต่ปั่นโซเชียล อย่าไปเลือกไอ้พวกนี้มาอีกนะ พวกไม่อดนม เวลาประชาชนเดือนร้อน มันหายหัวเงียบกริบ พร้อมตั้งคำถามถึงการลงพื้นที่ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือเท้ง โดยกล่าวว่า ถามว่า ไอ้เท้ง จะไปอำเภอนายายอามทำไม ฝั่งธนบุรี น้ำท่วม ทำไม ไม่มาช่วย จะไปทำคอนเทนท์เพื่ออะไร

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล โดยวิจารณ์กระแสความนิยมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนว่า โดยเฉพาะ นิด้าโพล กลุ่มพรรคส้ม ปั่นกระแสให้ความนิยมอันดับหนึ่ง ทุเรศ ขนาดน้ำท่วมมีแต่คอนเทนต์ พร้อมระบุว่า ให้มาถามได้นิด้าโพลมาถามตนบ้างซิ ตนจะต้องตอบว่า ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีคะแนนนิยมสูงสุด อันดับ 1 ไอ้โพลปั่น โพลรับจ้างหรือไม่ ต้องไปถามไอ้โพล ไร้น้ำยา ปั่นแต่กระแส

ดร.ณัฐวุฒิยังกล่าวถึงนายณัฐพงษ์และคดีที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกพรรคก้าวไกลในอดีต โดยระบุว่า คะแนนนิยมไอ้เท้ง อยู่ตรงไหน ในเมื่อถูกกล่าวหาในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ปม ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจริยธรรมอย่างร้ายแรงในดดี 44 ก้าวไกล ตนฟันธงล่วงหน้า ไม่รอด ไม่อาจหักล้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะผูกพันทุกองค์กร โดย ศาลฎีกาฯใช้มติเสียงข้างมาก จำนวน 9 ท่าน จะหักล้างสำนวน ปปช.ได้อย่างไร ใช้ทนายอ่อนหัด

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า พวกนี้ รุ่นน้องตนทั้งนั้น ถามว่า ไอ้เท้ง มันมีความนิยมทางการเมืองตรงไหน ให้พี่น้องประชาชน จับไต๋ ไอ้โพลปั่น โพลบ้องตื้น ไอ้โพลส้ม ขัดหลักธรรมชาติ และแสดงความเห็นเกี่ยวกับการบริหารประเทศและการลงทุนว่า ถ้าให้พวกนี้ บริหารประเทศ นักธุรกิจอย่างตน ไม่กล้าลงทุน เพราะอาจภาวะเงินฝืด ประเทศล้มละลายแน่ ยุคนี้ ต้องท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศเท่านั้น เพื่อนๆนักธุรกิจภาคพื้นยุโรป เขากล้ามาลงทุนในไทย

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม ดร.ณัฐวุฒิยกกรณีน้ำท่วมปี 2554 ในช่วงรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเปรียบเทียบ โดยระบุว่า ส่วนน้ำท่วม ให้ไปดูปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ยอกว่า เอาอยู่ บ้านตนน้ำท่วมถึง 2 เดือนกว่า เสียหายหลายสิบล้านบาท

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในช่วงวันที่ 25-29 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิกล่าวถึงการดำเนินการของรัฐบาลว่า ในวันที่ 25-29 กันยายน 2569 ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐ มติ ครม.พิเศษ ให้หยุดราชการ ในเขต กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ วางแผนบริหารจัดการน้ำและมอบให้ ครม.แต่ละคน ดูแลพี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่างๆ

เจ้าตัวระบุว่า ถือว่า รัฐบาลนี้แก้ปัญหามาถูกทางแล้วและแก้ตรงจุด แตกต่างปี 2554 ไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้เก็บของไม่ทัน พี่น้องประชาชนเดือนร้อนกันถ้วนหน้า หนักกว่านี้ พร้อมกล่าวว่า วิจารณ์ท่านได้ แต่อย่าไปด่าท่าน สงสารคนทำงานเพราะท่านยุดผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ลงพื้นที่แก้ปัญหาบัญชาเหตุการณ์ด้วยตนเอง

ส่วนกรณีปี 2554 ดร.ณัฐวุฒิกล่าวอ้างว่า หากเทียบปี 54 ล้มเหลวหนัก เพราะเขื่อนบางโฉมศรีแตก น้ำทะลัก แต่รัฐบาลเพื่อไทยในขณะนั้นกลับปิดข่าว พร้อมระบุว่า ใครบอกว่า ไม่จริง ออกมาแสดงตนได้เลย ตนจะจัดหนักให้

สำหรับคดีรัฐธรรมนูญ เรื่องพิจารณาที่ ต. 30/2569 ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยคำร้องเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งผู้ร้องตั้งข้อสังเกตว่าอาจสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ และอาจทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นไปโดยลับ โดยมีการอ้างถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหลายมาตรา

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ใน 2 ประเด็น ได้แก่ กรณีบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อที่ใช้ Barcode มีมติ 8 ต่อ 1 และกรณีบัตรเลือกตั้งที่ใช้ QR Code มีมติ 9 ต่อ 0 โดยมีการวินิจฉัยว่าการใช้รหัสทั้งสองรูปแบบไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งไม่ตกเป็นโมฆะ

ดร.ณัฐวุฒิอธิบายถึงผลของคำวินิจฉัยว่า มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ตุลาการ องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคท้าย พร้อมอธิบายเป็นภาษาชาวบ้านว่า ศาลตัดสินว่า กกต.มีอำนาจกระทำได้ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่ตกเป็นโมฆะ

พร้อมอธิบายในมุมกฎหมายและรัฐศาสตร์ว่า การใช้รหัสบนบัตรเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการและกำกับควบคุม รวมถึงป้องกันการปลอมแปลงและทุจริตการเลือกตั้ง โดยมีกฎหมายและระเบียบของ กกต.กำกับอีกชั้นหนึ่ง จึงเป็นความลับและไม่อาจตรวจสอบหรือทราบได้ว่าประชาชนแต่ละคนใช้สิทธิหรือเลือกใคร โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้สิทธิ ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ ไม่อาจเชื่อมกันได้ เพราะ กกต.กำกับควบคุมดูแล ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566

จากนั้น ดร.ณัฐวุฒิกล่าวถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ หรือ สส.ไอติม และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกล่าวว่า แม้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวโทษไปแล้วหรือไม่ก็ตาม ย่อมไม่ตัดสิทธิตนที่กล่าวโทษอาญาแผ่นดินที่จะดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายพริษฐ์หรือไอติม วัชรสินธุ์ สส.พรรคประชาชน นายธรรมธีร์หรือเรือบิน สุกโชตรัตน์ นายะนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ นายชัยพนธ์ หรือชัย ชวาลาณิชชัย นายทรงพล เรืองสมุทร

เจ้าตัวระบุว่า ในสัปดาห์นี้ ตนจะเดินทางไปกล่าวโทษคดีอาญาแผ่นดินกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับพวก สส.ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ และสมุนของนายสมชัยฯ รวม 6 คน เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาหลายข้อหา และยื่นหนังสือให้ ปปช.เชือด สส.ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ์ กรณีเป็น สส.จงใจใช้อำนาจในหน้าที่ในการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 235 วรรคหนึ่ง() วรรคสี่ ประกอบมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงฯ พ.ศ.2561

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า จะต้องดำเนินคดีอาญาให้เด็ดขาด เพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน พร้อมกล่าวพาดพิงกลุ่มบุคคลดังกล่าวว่า คนพวกนี้ เป็นเพียงละครลิง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ ไม่มีงานทำ คนว่างงาน ทั้งนายสมชัยฯและลูกสมุน ส่วนข้อหาจะเป็นข้อหาเดียวกับที่นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.ไปแจ้งความที่ กองปราบปราม แต่ไม่ซ้ำซ้อนกับตน

เจ้าตัวอธิบายว่า เนื่องจากตนพบเห็นการกระทำและประสงค์กล่าวโทษและดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับพวก และจะไปยื่น เชือด สส.ไอติม ฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง พร้อมกล่าวว่า พวกคุณทำไรกับแผ่ดินไว้ ต้องเจอตอ อย่างตน ประชาชนไม่ควรเสียภาษีเงินเดือนให้กับ สส.ประเภทนี้ ปั่นปั่นสังคม ถึงเวลาเช็กบิล เอาคืนทุกดอก รับรองสนุกแน่ ติงส้ม หูตาสว่างได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า กลุ่มนี้ จะไปรวมกลุ่มใน กมธ.กฎหมายและ กมธ.องค์กรศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร ใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้แอร์ในสภาและโดยแสวงหาประโบชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และตั้ง อนุกรรมาธิการ สาขาแยกย่อย และเอาคนกลุ่มนี้ไปแต่งตั้ง

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า ตนกล่าวโทษ ที่ สน.บางโฑไปล้ว และได้ยื่นให้ ปปช.เชือดไปแล้ว คดีหนึ่ง พร้อมขอให้ประชาชนไปตรวจสอบรายชื่อเอง และระบุว่าจะกล่าวโทษ กมธ.กฎหมายฯ ยกชุด เพิ่มเติมอีก รวมถึงนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมาย โดยกล่าวว่า จงใจใช้อำนาจโดยมิชอบ ตนไม่เอาไว้

จากนั้น ดร.ณัฐวุฒิได้กล่าวถึงคดีที่ตนเคยกล่าวโทษนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ สน.ทองหล่อ จำนวน 3 คดี โดยระบุว่าเป็นกรณีระดมทุนบริจาคสู้ กกต. ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน พร้อมระบุว่า สตช.โอนสำนวนคดีอาญาจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (สน.ทองหล่อ) ให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (กองปราบปราม) ทำคดีแทน

ส่วนกรณีปั่นจักรยานบริเวณหน้า สน.ทองหล่อ เจ้าตัวระบุว่า ได้แจ้งความกลับนายสมชัยฯ กับพวก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ในข้อหาทำร้ายร่างกายฯ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษทางอาญา ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานเปิดเผยความลับสำนวนคดี และสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับ สน.ทุ่งสองห้อง มีจำนวน 2 คดี โดยดร.ณัฐวุฒิระบุว่าเกี่ยวข้องกับกรณี คสช.ออกคำสั่ง 4/2561 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระจงใจใช้อำนาจขัดกันในผลประโยชน์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เป็นกรรมการในองค์กรอิสระฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกรณีปกปิดคุณสมบัติและต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต ทำให้ราชการเสียหาย โดยระบุถึง สส.พนิดา หรือผึ้ง มงคลสวัสดิ์

ส่วน สน.ยางโพ มี 2 คดี โดยกล่าวถึงกรณีนำสำนวนคดีคณะอนุฯ ชุดที่ 36 มาเปิดเผย ในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานเปิดเผยความลับสำนวนคดี กกต. และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงกรณีแต่งตั้งนายสมชัยฯ โดยไม่ได้ตรวจสอบ ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งอนุกรรมาธิการโดยแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ซึ่งระบุว่ามีผู้ต้องหาที่ 20

ขณะที่ สน.บางเขน ดร.ณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีร่วมกับนายทะเบียนจำหน่ายสมาชิกทนายความโดยไม่ชอบ โดยระบุข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมระบุว่านายสมชัยตกเป็นผู้ต้องหาที่ 2 นายธรรมธีร์หรือเรือบิน สุกโชตรัตน์ เป็นผู้ต้องหาที่ 3 นายธนพลหรือนพ คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เป็นผู้ต้องหาที่ 4 และคณะกรรมการบริหารสภาทนายความอีก 22 คน

นอกจากนี้ ยังระบุว่าได้อุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยทั้งหมดเป็นข้อมูลและข้อกล่าวหาตามที่ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม กล่าวถึงต่อสื่อมวลชน ขณะที่คดีหรือข้อกล่าวหาต่าง ๆ ยังต้องเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบและวินิจฉัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News